Last visit was: It is currently Mon Jan 22, 2018 1:06 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 62 posts ]  Go to page Previous  1 ... 3, 4, 5, 6, 7  Next
Author Message
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 13
PostPosted: Tue Sep 27, 2011 10:10 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
เอาล่ะวันนี้มีของมาฝากพอดีเป็นคนชอบเล่นการ์ดแล้วมีโปรแกรมทำก็เลยเกิดไอเดียพิสดารขึ้นมา
เราได้ลองทำตัวละครใน12หางบางตัวและในฟิคเราให้กลายเป็นนการ์ดSummonerอาจจะไม่สวยงามเท่าที่ควรแต่ก็จะลองทำมาเพิ่มนะครับ :D
ใบแรกกัีบวีนะครับ
Image
ใบที่สองนี้เป็นเซร่าครับ
Image
ส่วนใบที่สามคือก่าปินัทงับ
Image
ใบที่สี่คือวังแสงงับ
Image
ใบที่ห้าคือสัตว์หางในตำนานFirst tail
Image

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailThe chameleons of Rest AreaUpdate ภาพการ์ดท
PostPosted: Tue Sep 27, 2011 10:59 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Mar 01, 2011 9:51 pm
Posts: 1061
:lol: :lol: โอ้ว น่าทำมั้ง

_________________
Raymonter การ์ตูนฉบับเมเปิ้ล


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailThe chameleons of Rest AreaUpdate ภาพการ์ดท
PostPosted: Sun Oct 02, 2011 11:06 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
คำเตือน:ตอนนี้อาจจะงงนิดนึงเพราะสลับไปสลับมาระหว่างโลกจริงโลกเกมนะ
ตอนที่ 14 Game partner & 12 Tails Game
“ไม่นึกว่าในโรงแรมจะมีเกมเซ็นเตอร์กับคาสิโนด้วยนะเนี่ย”อัลวิสพูดหลังจากเดินเข้ามาในโซนพักผ่อนของโรงแรม
“วีนายลองหาอะไรเล่นดู เดี๋ยวข้าขอไปดูโซนการพนันนิดนึง”อัลวิสเดินไปพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ดะ...เดี๋ยวอัลวิส”วีกำลังจะร้องเรียกแต่ยังไม่ทันไรอัลวิสก็วิ่งหายไปแล้ว

“เดี๋ยวถ้าจะหาพี่ ให้ไปที่วงพนันหมากรุกมืดนะครับ”วิสพูดหลังเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
“งั้นหมายความว่า อัลวิสชอบเล่นพนันหมากรุกนะสิใช่ไหม”วีพยายามประติดประต่อเรื่องให้มากที่สุดพูดพลางเอามือกุมขมับ
“ใช่ครับ สมัยก่อนพี่เขาฟันเงินไปเป็นหมื่นทุกวันเลยล่ะครับ”วิสพูดเสียงเบา
“งั้นข้าพเจ้าไปเดินดูให้ทั่วก่อนก็แล้วกัน”พูดจบกิ้งก่าสีเหลืองก็เดินหายไปในฝูงหางอีกตัว

โซนคาสิโนมีกิ้งก่าสีดำตัวหนึ่งเดินเข้ามาซึ่งกิ้งก่าตัวนั้นสะดุดตากับวงไพ่โป๊กเกอร์ซึ่งมีเสียงดังมาไม่ขาดสาย
“เฮ้ย! รอยัลสเตรทฟลัชอีกแล้ว เจ้าหนูนั่นดวงดีไปไหนฟะ”เสียงของหางในวงไพ่บ่นซึ่งหลังจากอัลวิสยื่นหน้าเข้าไปดูภาพที่เห็นคือน้องชายร่วมสาบานกำลังสับไพ่ซึ่งเบื้องหน้าเขาเต็มไปด้วยเงินถ้านับกันจริงก็เกินสองหมื่นGilเข้าไปแล้ว
“โชคดีเวอร์สมเป็นหมอนั่นดี ว่าแต่วงพนันหมากรุกมันอยู่ไหนเนี่ย”กิ้งก่าดำบ่นอุบพลางเดินไปสุดท้ายก็พบ

“เจอแล้ว งั้นก็คุณไบสันพอจะเป็นคู่มือหมากรุกให้ข้าได้รึไม่”อัลวิสท้าทายไบสันตัวหนึ่งที่นั่งบนโซฟาหนานุ่มการแต่งตัวค่อนข้างหรู
“จะดีเหรอเจ้าหนู คิดให้ดีซะก่อนนะ”สิ้นเสียงไบสันสีแดงพลันหายไปกลายเป็นผู้เฒ่าเต่าสีแดงมานั่งแทน
“ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ เอาล่ะมีเริ่มกันเลยดีกว่า”อัลวิสโค้งให้กับกุยบุแล้วเริ่มการเดินหมากทันที

หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที
“รุกฆาต ผมชนะแล้วครับท่านผู้เฒ่า”อัลวิสพูดยิ้มส่วนกุยบุตอนนี้ใบหน้าซีดขาวหมากของเขาถูกกินยกกระดานแถมเขายังไม่สามารถทำให้ไอ้เด็กบ้านี่เสียหมากตัวอื่นนอกจากเบี้ยได้เลย
“ใครพนันข้างท่านผู้เฒ่า เอาเงินมานี่มา”กิ้งก่าดำพูดยิ้มๆซึ่งผู้พนันถูกคนหยิบเงินออกมาจ่ายให้กับกิ้งก่าดำด้วยท่าทางเหมือนตะลึงไม่หาย
“นายน่ะท่าทางมีฟีมือนี่ มาแข่งกันสักกระดานไหม”เสียงใสๆดังขึ้นพร้อมกับแมวนักเสี่ยงโชคตัวหนึ่งอายุเท่าๆกับอัลวิสโพล่เข้ามา

“ก็เอาสิ แต่ว่าต้องมีเงื่อนไข เพราะนี่คือการพนัน”อัลวิสพูดด้วยเสียงนึกสนุกพลางเอนหลังลงกับโซฟาหนานุ่ม
“ได้ ถ้าชั้นชนะชั้นขอเงินของนายทั้งหมดแต่ถ้านายชนะชั้นจะทำตามคำสั่งของนายอย่างหนึ่ง”แมวนั้นยื่นเงื่อนไขให้กับอัลวิสซึ่งเจ้าตัวพยักหน้ารับ
“ได้ งั้นมาเริ่มกันเลย”อัลวิสเอนหลังลงพลางเอื้อมมือไปจัดตัวหมาก

หลังจากเริ่มเล่นไปได้สักพัก
“โฮ่ เก่งกว่าที่คิดแหะน่าสนใจจริงๆ”อัลวิสคิดหลังจากหมากบิชอปของตนถูกกินไปนี่เป็นครั้งแรกที่เสียหมากตัวอื่นนอกจากเบี้ยบนกระดานหมากรุกของเขา
“ฝีมือเจ้าหมอนี่ไม่ธรรมดาเลยนี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกกดดันขนาดนี้”แมวนักเสี่ยงโชคคิดในใจ
หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง

“รุกฆาต ข้าชนะแล้ว”อัลวิสพูดยิ้มๆ
“อืม ชั้นแพ้แล้ว”แมวนั้นก้มหัวรับความพ่ายแพ้
“งั้น เธอตามชั้นมาหน่อยสิ”อัลวิสลุกขึ้นพลางโบกมือบอกในเชิงว่าให้ตามมา

หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินมาถึงโซนเกม
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”อัลวิสพูดพลางหลุดขำออกมานิดหน่อย
“เอ่อ ขอถามหน่อยนายชื่ออะไร”แมวตัวนั้นเริ่มชวนคุย
“อัลวิสแล้วเธอล่ะ”อัลวิสตอบก่อนจะหันมามอง
“คาเซีย นี่นายมาเที่ยวตัวเดียวเหรอ”คาเซียถามด้วยความสงสัย
“ไม่หรอก มากันเยอะเลยแต่ข้าแยกตัวออกมาก่อนน่ะ”อัลวิสตอบพลางนึกไปถึงเหล่ากิ้งก่าแห่งRest Area ที่กระจายตัวออกหาความสุขของตน

“หรือว่า นายคือกิ้งก่าแห่งRest Area”คาเซียถามต่อ
“ใช่แล้วล่ะ ข้าคือก่าแห่งRest Area”กิ้งก่าดำตอบก่อนจะยิ้มน้อยๆก่อนจะพูดต่อ
“เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลยเรื่องที่ข้าจะขอคือ.....”อัลวิสพูดพลางหยุดซึ่งทำให้คาเซียลุ้นสุดตัวว่าจะโดนอะไร

“ให้เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้า 1 วันก็แล้วกัน”อัลวิสต่อประโยคซึ่งทำให้คาเซียเลิกคิ้วสูง
“ไม่ต้องห่วง ข้าแค่เหงาแค่นั้นเอง แล้วเธอก็น่าสนใจดีเหมือนกันนี่”อัลวิสพูดยิ้มพลางมองมาทางคาเซีย
“เอาล่ะไปเล่นเกมกันเถอะ”อัลวิสพูด
“งั้นเอานี่แล้วกัน”คาเซียพูดซึ่งตอนนี้ทั้งสองอยู่หน้าเครื่องหนีบตุ๊กตาเครื่องหนึ่ง
“เธอเล่นแล้วข้าจะยืนดูแล้วกัน”อัลวิสพูดพลางยิ้มแล้วยืนกอดอก
“ได้เลยนายช่วยถือตุ๊กตาให้ชั้นหน่อยแล้วกัน”คาเซียพูด

หลังจากนั้นสักพัก
“......”อัลวิสพูดอะไรไม่ออกเพราะตอนนี้ในมือของเขามีตุ๊กตาอยู่ 8 ตัวซึ่งตอนนี้คาเซียเสียเงินไป 80 เหรียญได้ตุ๊กตามา 8 ตัวหมายถึงPerfect
“ฟีมือในการหนีบตุ๊กตาของเธอน่ะมันอยู่ในระดับพระเจ้าแล้วสินะ”อัลวิสคิดอย่างปลงตก
“นี่คาเซียหนีบตุ๊กตากิ้งก่าสีดำให้หน่อยสิ”อัลวิสที่เงียบมาตลอดก็พูดออกมา
“นายจะเอาไปทำอะไร”คาเซียหันมามองอัลวิสด้วยสายตาแปลกๆ
“อย่าเข้าใจผิดข้าแค่จะเอาไปให้หางที่สำคัญสำหรับข้าแค่นั้นเอง”อัลวิสรีบพูดก่อนคาเซียจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“งะ..งั้นเหรอ”คาเซียรับคำพลางหนีบตุ๊กตาที่อัลวิสขอแล้วยื่นให้อัลวิส

“ลองเล่นหน่อยดีมั้ยเกมนี้น่ะ”อัลวิสพูดพลางชี้ไปที่เครื่องเกมเครื่องหนึ่ง
“12 หางเหรอได้สิมาเล่นกันเลย”คาเซียพูด

หลังจากเริ่มเล่นประมาณ 2 ชั่วโมงในโลกเกม
“เตรียมยามาพร้อมรึยัง”กิ้งก่าตัวหนึ่งพูด
“พร้อมแล้วค่ะจะไปให้ถึงวิหารเงาเลยสินะคะ”แมวตัวหนึ่งพูด
“อืม ภารกิจของท่านอัลคาเซียถือเป็นที่สุดไปกันเถอะ”กิ้งก่าตัวนั้นรับคำก่อนที่ทั้งสองจะฟ่ากองกำลังเงาเข้าไป
“เอ่อ ท่านผู้บัญชาการหลังจากศึกนี้ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับท่านสักเรื่องได้ไหมคะ”แมวตัวนั้นถาม
“ได้สิถ้าเสร็จศึกนี้ล่ะก็นะ”ผู้บัญชาการกิ้งก่าพูด

โลกจริง

“ด่านสุดท้ายแล้วสินะ”อัลวิสพูดยิ้มๆ
“น่านสิ”คาเซียลากเสียง
โดยที่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าเขาเป็นกลุ่มแรกที่เล่นมาถึงด่านสุดท้ายศึกเงาได้

โลกเกม
“ให้ตายเถอะ ทำไมโหดเหี้ยมยังงี้นะควมคุมเพื่อนพ้องให้ฆ่ากันเอง โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”กิ้งก่าผู้บัญชาการพูดก่อนที่ชุดผู้บัญชาการสีขาวจะเปลี่ยนเป็นสีดำแดงขลิบทองดวงตาสีแดงเปลี่ยนแปลงเป็นไร้ความรู้สึก
โลกจริง
“หมอนี่กดคอมโบสุดยอดได้ด้วยว่ะ”หมาป่าที่ดูอยู่พูดขึ้นมา
“พาวเวอร์เทลโหมดน่ะเหรอ แถมยังบังคับกิ้งก่าไม่เทพจริงทำไม่ได้นะเนี่ย”
เหล่าหางมุงซึ่งตอนนี้กำลังคุยกันอย่างสนุกปากแต่ตอนนี้กิ้งก่าที่กดคอมโบสุดยอดนั้นคิดในใจว่า
“ให้ตายสิ ไอ้เกมบ้านี่เวลาจะใช้โหมดสุดยอดที่เล่นกันมือแทบหงิก สมแล้วที่ไม่มีใครเล่นมันจบ"
สิ้นความคิดกิ้งก่าหนุ่มก็ราวนิ้วทั้งสี่ลงบนแป้นอย่างเมามันจนหางที่มุงดูเหงื่อตกพลางคิดว่า
“หมอนี่มันเทพตัวจริง รัวนิ้วจนแป้นจะระเบิดอยู่แล้วแถมไม่พอกิ้งก่าในเกมยังสอยศัตรูร่วงไปกว่าร้อยตัวคอมโบก็ปาเข้าไป 1000 ฮิตแล้ว”
“แม่แมวสาวน้อยที่รับหน้าที่เป็นหางที่คอยระวังหลังและลอบสังหารก็เก่งใช่ย่อย เชือดแม่ทัพของศัตรูไป 12 ตัวแถมยังคอยสนับสนุนกิ้งก่าตัวนั้นได้อย่างลงตัวสุดๆสุดยอดพาร์ทเนอร์เลยมั้งเนี่ย ไม่สิๆปิศาจทั้งคู่เลยนะเนี่ย”

โลกเกม
“ในสุดก็บุกมาถึงใจกลางวิหารเงาซะที”กิ้งก่าผู้บัญชาการพูด
“ค่ะทีนี้ก็แค่จัดการกับเซริเซียก็จบ”แมวสาวพูด
“คิดว่าจะจัดการเราได้ง่ายๆเหรอ”เสียงที่เย็นชาแต่ทรงอำนาจดังขึ้น
“ก็คิดว่าอ่ะนะ เพราะหางในอาณัติของแก มาเป็นพวกของเราหมดแล้ว”กิ้งก่าผู้บัญชาการตะโกนใส่ความว่างเปล่า ณ ที่ใจกลางของวิหารเงา
อันที่จริงผู้บัญชาการเคยเป็นองครักษ์เงามาก่อนจึงทำให้เขากล่อมเหล่าหางลัทธิเงาได้ไม่ยาก

โลกจริง
“สุดยอดเลยกิ้งก่าตัวนั้นใช้สูตรดึงเอาสัตว์หางลัทธิเงา 5 ตัวมาเป็นพวกได้ด้วยล่ะ”เพนกวิ้นตัวหนึ่งพูด
“เฮ้ย แกเงียบก่อนพวกเขาจะเจอกับบอสใหญ่แล้ว”หางตัวหนึ่งพูดขึ้น

โลกเกม
“ไม่ให้พวกแกผ่านไปถึงท่านเซริเซียได้หรอก”เสียงอันเกรี้ยวกราดดังขึ้น
“ แก เซอร์เบงี้ด" กิ้งก่าผู้บัญชาการพูดก่อนจะกระโดดหลบการโจมตีของหมาปิศาจสามหัว
“งานช้างแล้วสิเนี่ย”ไบสันแห่งเงาพูด
โลกจริง
“ชิ น่ารำคาญจริง งั้นเจอสูตรลับของแม่หน่อยก็แล้วกัน”คาเซียบ่นพลางรัวนิ้วลงบนแป้นได้อย่างน่าขนลุกเป็นที่สุด

โลกเกม
ตูมมมม
“อะไรกัน”เซอร์เบงี้ดสบถพลางหลบมิสไซล์จำนวนมาก
“เสร็จข้าล่ะ”เสียงหนึ่งดังขึ้น
“อย่ามายุ่งนะ”เซอร์เบงี้ดตวาดพลางตวัดกรงเล็บสู้กับแมวปิศาจนามมาโอ
“ฮ่าๆเอามิสไซล์ของข้าไปกิน”เสียงของนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องนามแซปป้าดังขึ้น
“พวกแก....”เซอร์เบงี้ดกัดฟันกรอด
“พวกเธอล่วงหน้าไปหยุดเซริเซียซะ”มาโอพูดพลางควงคทาปัดกรงเล็บของหมาสามหัว
“ค่ะ/ครับ”แมวสาวและกิ้งก่าผู้บัญชาการพูดก่อนจะล่วงหน้าไปยังพื้นที่ที่เป็นกระจกซึ่งทันทีที่ไปถึงกระจกก็แตกออกพร้อมร่างของตัวตลกสีดำก็ลอยออกมา
“ไม่มีใครเข้าใจหรอกอัลวิสถึงสิ่งที่เธอเป็นน่ะ”เซริเซียพูด
“กิ้งก่าดำหรือเจ้าผลงานที่ผิดพลาดไม่มีทางอยู่ร่วมกับตัวอื่นได้หรอก”
“ถึงอย่างงั้นข้าก็......”อัลวิสพูดพลางยิงธนูใส่เซริเซีย
”ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้หรอก”เซริเซียพูพร้อมกับกระสุนเงาจำนวนมากพุ่งใส่ร่างของแมวสาวแต่กิ้งก่าอัลวสิพุ่งเข้ามารับไว้
“ท่านอัลวิส”แมวพูดอย่างตกใจพลางมองไปยังเซริเซียที่ยิ้มภายใต้หน้ากากสีขาว
“คิดว่า.....แค่นี้......จะกำจัด.....ข้าได้น่ะ”อัลวิสฝืนลุกขึ้น
“คน(?)อย่างแกน่ะหายไปซะ”อัลวิสพูดก่อนจะหยิบศรสีขาวดอกนึงมาก่อนจะยิงปักเข้าที่หัวใจของเทพแห่งเงาแต่ว่าเซริเซียกลับยิ้มอยู่
“ช้าไปนะ......อีกไม่นาน.......ผลึกเงาก็จะระเบิดไปพวกแกไม่มีทางหยุดได้แล้วฮ่าๆๆ”เซริเซียหัวเราะก่อนที่ร่างของเซริเซียจะแหลกสลายไป
“แย่แล้วต้องหยุดให้ทัน”แมวสาวพูดแต่ตนก็ลังเลว่าจะทิ้งกิ้งก่าผู้บัญชาการของตนไว้ที่นี่หรือไม่

โลกจริง

“เร็วคาเซียรีบไปหยุดให้ได้เร็ว”อัลวิสพูด
“ก็ได้งั้นชั้นจะใช้ไม้ตายก้นหีบของชั้นล่ะนะ”คาเซียพูด
“ไม้ตายก้นหีบ?”อัลวิสหันมามองแมวข้างตนด้วยความสงสัยแต่ฉับพลันหน้าจอเกมก็ปรากฏการเปลี่ยนแปลงขึ้น

โลกเกม
“ถอยๆ”เสียงของแซปป้าพูดพลางขับคิงไคเซอร์พุ่งเข้าไปทางผลึกเงา
“แซปป้า”แมวสาวร้องเรียกดอกเตอร์ตุ่น
“มีอะไรคงไม่ได้บอกว่าการมีชีวิตอยู่คือการต่อสู้หรอกนะ”แซปป้าพูดโดยไม่หันกลับไปมอง
“ไม่หรอกค่ะแค่จะบอกว่า ตายไปแล้วขอให้ลงนรกนะคะจะได้ไปหาเครื่องจักรต่อในนรกไงคะ”แมวสาวตอบ
“ข้าก็หวังเช่นนั้นเพราะข้าคือ ดร.แซปป้านะโว้ยยยยยยยย”แซปป้าพูดพลางพุ่งหุ่นเข้าชนผลึกดำจนแตกไปก่อนจะระเบิดเพียง 10 วินาที

โลกจริง
ทุกตัวนิ่งอึ้งกันไปตามๆกันไม้ตายก้นหีบของคาเซียทำไมมัน เผา ได้ขนาดนี้ฟะแถมโหดสุดๆก่อนตายมีการส่งไปนรกอีกด้วยซึ่งหางนอกจากคาเซียต่างนิ่งอึ้งกันไปตามๆกัน
“คะ....คาเซียท่าอะไรของเจ้าทำไมมันโหดงี้อะ”อัลวิสพูดด้วยความตกตะลึงไม่หาย
“แค่นิดหน่อยเอง ที่สำคัญชั้นไม่สนตัวละครไร้สาระหรอกค่ะ จะตายก็ชั่งหัวมันเถอะ”คาเซียตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยซึ่งทำเอาหางรอบตัวคนลุกเป็นแถบๆ

“ว้าวได้คะแนนสูงสุดเลยล่ะ”คาเซียพูดยิ้มๆก่อนลงมือพิมพ์ชื่อทีมโดยไม่ถามเลยแม้แต่น้อย
อันดับ 1 ทีม อัล-เซีย คะแนน 12,648,999
“เป็นไงชื่อทีมของเราไงมาจากชื่อของนายแล้วก็ชื่อของชั้นไง”คาเซียหันมายิ้มให้ซึ่งอัลวิสก็ยิ้มตอบไป
“เอ่อ คือว่า”เจ้าของโซนเกมเรียกทั้งสองซึ่งทั้งสองก็หันไปตามเสียงเรียก
“มีอะเหรอครับ/ค่ะ”
“เอ่อ คืออยากจะขอถ่ายรูปคุณสองตัวไปติดหน้าร้านในฐานะผู้ชนะเกมนี้เขาจะได้คิดว่าเกมนี้ไม่อยากเกินไปจะได้มีหางมาเล่นเยอะขึ้น”
“อ๋อได้เลยค่ะ”คาเซียพูดซึ่งอัลวิสก็ตามน้ำไปทันที
เอ้ายิ้มหน่อยครับ”

“เอาล่ะจะไปไหนกันต่อดี”อัลวิสพูดหลังทั้งสองไปกินข้าวเสร็จแล้ว
“จะมืดแล้วงั้นนายอยากลองไปดูนิทรรศการเกี่ยวกับนครที่ล่มสลายไหมล่ะ”คาเซียถาม
“ก็ดีไปกันเถอะ”อัลวิสตอบพลางเดินขึ้นไปยังห้องจัดนิทรรศการ

“สัตว์หางแทบไม่มีเลยแหะ”อัลวิสพูดหลังจากที่ทั้งสองเดินมาถึงห้องจัดนิทรรศการ
“ก็นะมันจะปิดแล้วนี่ก็ไม่แปลกที่หางจะน้อยขนาดนี้”คาเซียพูด
“อืมนั่น สินะแต่ขอบใจเธอมานะที่อยู่เป็นเพื่อนข้าวันนี้น่ะขอบใจจริงๆ”อัลวิสพูดด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนซึ่งนานๆทีกิ้งก่าดำจะยิ้มแบบนี้สักครั้ง
“มะ....ไม่เป็นไรหรอก”คาเซียตอบตะกุกตะกักพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพราะหน้าของแมวสาวนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงและร้อนผ่าวขึ้นมา
“ความรู้สึกบ้านี่มันอะไรกันแล้วชั้นเป็นอะไรไปเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ”คาเซียส่ายหน้าก่อนจะเกิดเสียงประหลาดดังลั่น

“เปรี้ยงงงงงงงง”
สิ้นเสียงประหลาดนั้นแสงไฟทั้งหมดก็พลันดับลง
“ไฟดับเหรอ”อัลวิสพูดพร้อมเสียงฝนตกอย่างหนัก
“ซ่าๆๆ”
“คงดับเพราะฝนล่ะมั้งเนี่ย”อัลวิสพูดแล้วหยุดสักพักก่อนจะพูดต่อว่า
“เธอรอที่นี่แปปนึงนะข้าขอไปดูอะไรแปปนึง”
หลังจากนั้นสักพัก
“เอ่อ ถ้าฟังแล้วตั้งสติไว้นะ คื่อว่าตอนนี้ประตูมันล็อคเราคงต้องติดอยู่ในนี้ทั้งคืนล่ะ”อัลวิสพูดเสียงของเขานั้นดังประสานไปกับเสียงฝนในยามราตรี

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 14
PostPosted: Thu Oct 27, 2011 9:34 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
[สปอย]ตอนพิเศษฉลองวันฮาโลวีน วันฮาโลวีน ปินัท&เมอร์ซี่กับอาถรรพ์แห่ง Rest Area

"นี่ๆ รู้มั้ยที่ๆพวกกิ้งก่าใช้สร้าง Rest Area น่ะ เคยเป็นปราสาทร้างมาก่อนนะ"เสียงหางหนึ่งพูด
"อ๋อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ ว่ากันว่า สมัยก่อนน่ะ ปราสาทนั้นเฮี้ยนมากเลยรู้มั้ย วันดีคืนดีก็เห็นชุดเกราะเปล่าๆเดินได้เดินไปเดินมาแถมในชุดเกราะยังมีดวงตาและรอยยิ้มชวนขนลุกอีกต่างหาก แถมบางทีนะยังมองเห็นหุ่นไล่กาที่ตามันขยับไปมาได้ สยองอะ"อีกหางหนึ่งพูด

“เดี๋ยวๆ จากที่ชั้นได้ยินมายังมี ศพวาฬเดินไปเดินมาพร้อมกับมีปังตออันใหญ่ยักษ์ด้วยล่ะ สภาพศพก็สยองสุดๆจนหางที่เคยเห็นถึงกับจับไข้เลยล่ะ นอกจากนั้นยังมีดวงไฟปริศนา ที่พอเข้าไปดูใกล้ก็ปรากฏว่าเป็นโครงกระดูกกิ้งก่าที่ส่วนหัวลุกติดไฟ ด้วยล่ะ”หางตัวที่พูดครั้งแรกพูดต่อ
“แต่จำได้ว่าท่านอัลคาเซียได้ผนึกพวกวิญญาณร้ายลงไปแล้วหลังจากนั้นพวกกิ้งก่าก็ขอพื้นที่มาสร้างเป็นRest Area ในปัจจุบัน แล้วทำไมเธอถึงเล่าเรื่องนี้อีกล่ะ”หางตัวนั้นถาม

“ก็หลังจากพวกกิ้งก่าออกไปน่ะ พวกวิญญาณร้ายก็ได้ตื่นขึ้นน่ะสิ เดี๋ยวหุ่นไล่กานั่นอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”หางทั้งสองตัวหันไปทางรั้วทางเข้าRest Areaซึ่งหลังรั้วนั่นมีหันไล่กาทำจากฝางเก่าๆอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ฉับพลันก็มีดวงตาสีเหลืองก็จ้องออกมาจากหุ่นไล่กาตัวนั้นก่อนที่ตาสีเหลืองจะกลอกไปมาซึ่งนั่นก็พอจะที่จะทำให้หางทั้งสองตัวนั้น ตกใจก่อนจะวิ่งหายไปพลางร้องว่า”วิญญาณร้ายกลับมาแล้ว”เหมือนหางเสียสติต่อไป

“นี่ๆเนบิวลาพวกพี่ขอกลับไปที่Rest Areaหน่อยได้ไหม”ปินัทและเมอร์ซี่พูดกับกิ้งก่าน้อยนามเนบิวลาซึ่งผู้ฟังขยี้ตาเล็กน้อยแสดงถึงความง่วงก่อนจะหยิบผลึกแก้วออกมาแล้วโยนลงที่พื้นในพริบตาที่ผลึกหลุดจากมือของเนบิวลา ก็มีควันสีดำลอยขึ้นมาก่อนจะจับตัวเป็นรูปร่างเหมือนประตูเวทต่อหน้าปินทและเมอร์ซี่
“งั้นพี่ไปก่อนนะเนบิวลาถ้าไม่ไหวพี่ว่านอนต่อดีกว่านะ”ปินัทพูดก่อนจะเดินหายเข้าไปในประตูเวท

หนึ่งคือ กิ้งก่าที่มีสัมผัสที่ 6แต่กลัวผีเป็นอาชีพ
สองคือ กิ้งก่าที่มีสัมผัสพิเศษแต่ไม่รู้วิธีใช้
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทั้งสองเข้าไปพัวพันกับอาถรรพ์โบราณตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อนซึ่งตอนนี้มันพร้อมจะทำลายเมืองแสงจากภายในซึ่งทั้งสองต้องรีบแก้ไขทุกอย่างก่อนที่จะสายเกินไป

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 15
PostPosted: Tue Nov 01, 2011 9:34 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 15 การจากลา
“จริงเหรอเนี่ย” คาเซียพูดเสียงดัง
“คงต้องหาตะเกียงก่อนล่ะ” อัลวิสพูดพลางเดินหายไปในความมืด
“ดะ ...เดี๋ยวสิ” คาเซียเรียกซึ่งอัลวิสก็หันมาตามเสียงเรียกนั้น
“มีอะไรเหรอ” อัลวิสหันมาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คือว่า อย่าไปไหนนะ คือว่าชั้นกลัว” คาเซียไม่รู้ว่าทำไมตนถึงพูดออกมาอย่างงั้นแต่เธอมั่นใจว่ากิ้งก่าตรงหน้านั้นสามารถคุ้มครองเธอได้
“โอเคๆ ข้าจะไม่ไหน” อัลวิสพูดพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างแมวสาวด้วยความสงสัยเล็กน้อย
“หนาวเหรอ” อัลวิสถามเพราะหันคาเซียเอามือทั้งสองข้างกอดแขนตนเองไว้แน่น
“รอเดี๋ยวนะ จะเอาผ้าห่มมาให้ ”อัลวิสพูดพลางพึมพำสร้างข่ายมนต์เคลื่อนย้ายขึ้นมาก่อนจะยื่นมือไปพร้อมกับในมือปรากฏผ้าห่มขึ้นมา 2 ผืนแล้วอัลวิสก็จัดแจงดึงผ้าห่มนั้นออกมาพร้อมหอบหนักๆ
“เอ้า เอาไปใช้ก็แล้วกันนะยัยโหด” สิ้นคำพอผ้าห่มคลุมร่างของหญิงสาวไว้ร่างนั้นก็หลับไปราวกับต้องมนต์

“ถึงเวลาแล้ว สินะ” กิ้งก่าดำพูดก่อนที่จะเดินออกไปที่ช่องที่เป็นกระจกแม้ภายนอกฝนจะตกแต่ยังมองเห็นพระจันทร์สีเลือดชัดเจน
“Lorem Draconem(คืนร่างมังกรดำ)” พอพูดจบร่างกายของกิ้งก่าสีดำก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ร่างผมบางของกิ้งก่าดำกลับขยายใหญ่ขึ้นจากท้องเรียบก็มีเกล็ดเพิ่มขึ้นมาทั่วร่างหางที่เคยเป็นขดของกิ้งก่ากลับยืดออกเป็นหางของมังกรใบหน้าเปลี่ยนเหมือนของมังกรมีเขางอกออกกมาปีกสีแดงอันแข็งแกร่งงอกออกมากลางหลัง
“วันที่จากลา มาถึงในวันที่ชั้นได้เจอเธอ คาเซีย ลาก่อน ถ้าเป็นไปได้ ชั้นก็อยากพบเธออีก” อัลวิสพูดก่อนจะร้องไห้ออกมาแล้วหยิบจดหมายขึ้นมาซองหนึ่งแล้ววางลงบนร่างของหญิงสาวจากนั้นอัลวิสก็บินผ่านไปทางช่องกระจกนั้นล

“ซีเนท” อัลวิสกล่าวลอยๆขึ้นมากลางชายหาดในยามราตรี
“ข้ามาแล้วขอรับนายท่าน” กิ้งก่าสีน้ำทะเลปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าเขา
“มังกรทะเล ซีเนทจงแจ้งแก่ข้า เกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าไปสืบมา เดี๋ยวนี้” อัลวิสสั่งด้วยเสียงอันทรงอำนาจ ร่างกิ้งก่าของซีเนทกลับคืนสู่ร่างมังกรทันทีแต่ยังมีหลายส่วนที่ต่างจากอัลวิสคือ ไม่มีปีกและมีเกล็ดเป็นสีน้ำเงินต่างกับอัลวิสที่มีเกล็ดสีดำสนิท
“ผลการตรวจสอบพบว่า เด็กน้อยทั้งสี่ตัวนั้น เป็นเด็กที่ถูกใส่ชิ้นส่วนของเอ็นราเจียไว้ในร่างขอรับ แล้วยังมีกิ้งก่าที่ชื่อเมอร์ซี่ด้วยขอรับ” ซีเนทรายงาน

“เอาเถอะ ซีเนท เจ้าจงเอาจดหมายฉบับนี้ส่งให้น้องชายของข้า ส่วนฉบับนี้ส่งให้กิ้งก่าสีเหลืองที่ชื่อวีซะ ข้าจะไปทำหน้าที่ที่เป็นไปตามชะตากรรมของข้า”
“ขอรับ นายท่าน” ซีเนทก็หายไปทันที
“กาซ่า” อัลวิสพูดกับตุ่นนักขับเครื่องบินกำลังหลับอยู่ก่อนจะเดินผ่านไปเพราะรู้แล้วว่าตุ่นนักบินหลับอยู่
“เครื่องบินน่าจะเร็วกว่าบินเอง เอาล่ะต้องรีบแล้ว” อัลวิสรีบขับเครื่องบินไปทางทะเลทรายและมุ่งหน้าสู่รอยแผลแห่งโลกทันที

“วี นี่เจ้าตื่นตอนกลางดึก มีอะไรกัน” เสลธที่ถูกวีปลุกขึ้นมากลางดึก
“สะ......เสลธ อัลวิส......อัลวิส” วีพูดก่อนจะเอามือกุมหัวด้วยความเจ็บปวด
“วี แกเป็นอะไร” เสลธรีบวิ่งเข้าไปดูอาการทันทีแต่สิ่งที่เสลธมองเห็นคือลายประจำเผ่าทริคของวีนั้นเรื่องแสงสีแดงเลือดออกมา
“นี่มันถูกเขียนด้วยเลือดนี่นา” เสลธพูดก่อนจะก้มลงไปดูอย่างชัดๆ

“พึ่งรู้รึไงไอ้พวกทึ่ม” อยู่ดีๆก็มีเสียงที่พวกเขาไม่รู้จากดังขึ้นก่อนที่วีจะกุมหัวแล้วร้องลั่น
“เสลธ ข้าพเจ้าปวดหัวววววว” รอบร่างของวีมีคลื่นพลังความมืดสีดำพุ่งออกมาจากลายประจำเผ่าทริคของวี
“แย่แล้วสิๆ” เสียงเดิมดังขึ้นให้เขาได้ยินอย่างยียวนก่อนที่เสลธจะหันไปมองที่กระจกก็เห็นวีอีกคนหนึ่งยืนอยู่ในกระจกร่างนั้นอยู่ในชุดผู้บัญชาการสีดำในมือถือคทาที่เขาไม่เคยเห็น

“นี่แก เป็นจิตมืดงั้นเหรอ” เสลธพูดก่อนจะง้างธนูไปยังกระจกทันที
“จิตมืด? เจ้าอย่าเอาข้าไปรวมกับของมีตำหนิแบบนั้นสิ ข้าน่ะ คือตัวตนของคำสาปมังกรดำต่างหาก”
“หมายความว่าไง” เสลธลดธนูลงก่อนจะมองดวงตาสีทับทิมของร่างในกระจก
“เจ้าหนู นั่นถูกมังกรดำลงคำสาปเลือดไว้น่ะสิ” ร่างในกระจกตอบ
“แล้วทำไม วีถึงเป็นอย่างนี้ล่ะ”
“พอดีว่าคำสาปนี่น่ะ เป็นรูปแบบลบความทรงจำ พอวีกำลังจะนึกถึงเรื่องที่ถูกลบไป คำสาปก็เลยทำงาน” ร่างในกระจกพูดก่อนจะยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา
“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ล่ะก็ เจ้าหนูจะถูกคำสาปนั่น เปลี่ยนให้กลายเป็นมังกรแน่ๆเลย”

“ว่าไงนะ คำสาปที่มีผลต่อความทรงจำ ไม่น่าจะเปลี่ยนเผ่าได้นี่นา” เสลธพูดด้วยท่าทางร้อนรน
“จริงด้วย” ดาเนะที่ตื่นขึ้นมาเสริม
“ก็ถูกถ้ามันไม่ถูกเขียนด้วยเลือดล่ะก็นะ รหัสพันธุกรรมของมังกรกับกิ้งก่าน่ะใกล้เคียงกันมาก คำสาปนี้น่ะมันส่งผลต่อส่วนนี้ด้วยเพราะเป็นเลือดมังกรไง”
“หมายความว่า วีกำลังจะกลายเป็นมังกร....ใช่มั้ย” ดาเนะถาม
“ใช่แล้ว เข้าใจอะไรเร็วดีนี่”
“แย่ล่ะ ต้องรีบหยุดแล้ว” ดาเนะวิ่งไปหาวีทันทีซึ่งก็ถูกดีดกลับออกมา
“อะไรกัน”

“ตอนนี้รอบๆตัวเจ้าหนูนั่น มีพลังงานความมืดเข้มข้น นี่เจ้ายังโชคดีนะ ที่ไม่ถูกคำสาปนั่นน่ะ” ร่างนั้นค่อยๆเดินออกมาจากกระจก
“แย่ล่ะ ถ้าปล่อยไว้อย่างงี้ วีต้องกลายเป็นมังกรไปแน่ๆเลย” ดาเนะพูดแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้
“งั้น ข้าจะสะกดคำสาปไว้ก่อน ก็แล้วกัน” ร่างนั้นยิ้มก่อนจะยกคทาขึ้นแล้วไอสีดำก็ถูกดูดเข้าไปในคทาของกิ้งก่าปริศนาแล้ววีก็ล้มลงไปทันที
“เอาล่ะ ข้าขอไปพักก่อนก็แล้วกัน” ร่างนั้นค่อยๆเลือนหายไปทันทีที่พูดจบ
“จดหมายนี่มันอะไร” เสลธพูดเพราะเห็นจุดที่วีล้มอยู่มีจดหมายฉบับหนึ่งตกอยู่
“นี่มันจดหมายลาออกของอัลวิสนี่นา”
“เจ้าบ้านั่นทำไมถึง...........” เสลธสบถออกมาคำพูดหยุดไปแค่นั้นแทนที่ด้วยน้ำตาและความเศร้าซึ่งดาเนะก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้

“พี่ครับ พี่ครับทำไม ทำไมพี่ถึง............” วิสพูดคำนั้นซ้ำไปซ้ำมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากก่อนจะทรุดลงไปนั่งทันที
“จะกลับมารับแน่ พี่สัญญา น้องชายที่รักของพี่ พี่ขอโทษ” เสียงอันแสนเศร้าของอัลวิสลอยมาตามสายลม

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Sun Feb 19, 2012 10:52 am, edited 2 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 15
PostPosted: Sun Nov 20, 2011 6:00 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ในที่สุดก็ได้กลับมาอัพเดทหลังโดนงานถล่มทับนานหลายสัปดาห์
ขอโทษผู้อ่านทุกท่านจริงๆที่พักนี้ผมไม่ค่อยมีเวลามาแต่งมากเท่าไหร่แถมตอนล่าสุดนี้ยังสั้นอีกต่างหาก

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 15
PostPosted: Thu Dec 01, 2011 7:25 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 16Alferost(อัลเฟรอส)

“ขอโทษนะทุกคน” อัลวิสพูดก่อนจะจอดเครื่องบินลงข้างหน้ารอยแผลแห่งโลก
“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” อัลวิสลงจากเครื่องบินก่อนจะกางปีกบินออกมาไปจากเครื่องบิน
“ถอยไป” อัลวิสพูดก่อนที่กรงเล็บสีแดงดำจะยาวออกก่อนจะตวัดตัดร่างของของแคมบอทจำนวนมหาศาลให้ขาดออกอย่างง่ายดายราวกับตัดผ่านหยวกกล้วย
“หยุดแค่นั้นแหละ” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับกระสุนจำนวนมากแต่ไม่มีกระสุนนัดใดทะลุเกล็ดมังกรเข้าไปได้เลยแม้แต่นัดเดียว
“ท่านอิทาลุส ถอยไปไม่งั้นข้าคงไม่มีทางเลือก” อัลวิสพูด
“แก มันตัวอะไรกันแน่” อิทาลุสสบถก่อนจะยิงต่ออย่างไม่คิดจะหยุดมือ
“คงไม่มีทางเลือกจริงๆสินะ” อัลวิสกล่าวเสียงเศร้า
“Bloody Claw(กรงเล็บโลหิต)” สิ้นคำกรงเล็บก็ตวัดฟันปืนของอิทาลุสขาดเป็นสองท่อนในทันที
“บ้าน่า”

“พวกแมลงแถวนี้ทำไมถึง” อิทาลุสหลบกองกำลังบั๊กที่พุ่งเข้าหาอัลวิส
“Bloody Dance(ระบำกรงเล็บโลหิต)” อัลวิสพุ่งเข้าหากองกำลังแมลงจำนวนมหาศาล
“แข็งแกร่งอะไรจะขนาดนี้” อิทาลุสพูดด้วยความกลัวเป็นครั้งแรกเพราะร่างนั้นสยดสยองกรงเล็บสีดำถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือดของเหล่าแมลงที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
“ผมไม่อยากทำอะไรท่านได้โปรดถอยไปเถอะ” มังกรอัลวิสพูดก่อนจะบินลงมา
“แกเป็นตัวอะไรกันแน่” อิทาลุสตวาดออกมา
“ผมคือมังกรครับ มังกรแห่งความมืดมิด”
“แล้วนี่แกหวังจะทำอะไรกันแน่”อิทาลุสถามต่อ
“ปลุกเหล่ามังกรที่ถูกเทพโบราณผนึกเอาไว้ครับ” มังกรดำตอบก่อนหดกรงเล็บกลับ
“แล้วแกทำเพื่ออะไรกัน”
“แก้แค้นต่อชะตากรรมครับ แก้แค้นต่อชะตากรรมที่ทำให้พวกเรามังกรต้องมีชะตากรรมอันน่าเศร้าและโหดร้าย เอาล่ะหมดคำถามแล้วสินะครับ” มังกรดำเดินเข้ามาก่อนจะใช้มือจับที่หน้าอกอิทาลุส
“หลับไปจนกว่าจะถึงเวลาก็แล้วกันนะครับ” มังกรดำพูด
“Darkness Sleep(นิทรามืดมิด)” อยู่ๆร่างของอิทาลุสก็สลบไป

“เป็นไงข้าแสดงเหมือนนายท่านไหมเฟเธอร์” ร่างนั้นพูดก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นมังกรอีกตัวร่างกายสีดำถือเคียวและมีข่ายมนต์ประหลาดรอบๆตัว
“ฮึ เนียนใช้ได้แต่นายท่านไม่พูดลงท้ายว่าครับ และใช้คำว่าข้าแทนตัวด้วย” มังกรสีขาวปรากฏตัวขึ้นมาเกล็ดนั้นขาวสะท้อนแสงจันทร์อย่างงดงามปีกนั้นเป็นปีกขนนกขาวแทนที่จะเป็นปีกมังกรเหมือนมังกรทั่วไปพูด
“แต่ก็นับว่าเหมือนดีนะสตีลเพราะนายท่านตอนที่ตัดหุ่นยนต์พวกนั้นก็ปลดผนึกพวกเราออกมาด้วย นายก็ใช้มนต์ดำสลับตัวกับนายท่านได้อย่างแนบเนียนเลยนะ”
“ขอบใจนะเฟน” คำขอบคุณนั้นทำเอามังกรเฟเธอร์หรือเฟนหันไปอีกทางทันที
“เอาล่ะ นายท่านคงจะทำสิ่งนั้นสำเร็จแล้วล่ะ”
“แล้วจะเอายังไงกับเจ้านี่ดีล่ะ” สตีลดรากอนถาม
“งั้น ข้าจะพาเขาไปที่พักของสัตว์หางที่ใกล้ที่สุดก็แล้วกัน” ร่างของเฟเธอร์ดรากอนก็ค่อยกลายเป็นกิ้งก่าสีขาวแล้วช้อนตัวอิทาลุสขึ้นบ่าก่อนจะออกวิ่งทันทีด้วยความเร็วที่สูงจนน่ากลัว

“แม้จะอยู่ในร่างกิ้งก่าแต่แรงมังกรก็ไม่ลดลงเลยจริงๆสินะ” สตีลหัวเราะพลางเดินไปตามซากศพที่เขาเป็นผู้สังหารด้วยท่าทางเหมือนกำลังเดินอยู่ในสวนสาธารณะ
“ที่นี่สินะ ที่ๆเอ็นราเจียผนึกมังกรไว้อีกไม่นานหรอกจะไปรับแล้วนะ วิส” อัลวิสพูดก่อนจะหยดเลือดของตนเองในศิลาผนึกมังกร
“จงจักแจ้งนามของเจ้ามา” เสียงปริศนาดังขึ้น
“ข้าเจ้าชายมังกรผู้มีสิทธิ์สืบทอดต่ำแหน่งราชามังกรลำดับที่ 1 อัลเฟรอส”
“ประตูนี้พร้อมจะเปิดออกแล้วท่านจักแจ้งเป้าหมายของท่านมา”
“ทำลายนาฬิกาแห่งโชคชะตา เพื่อแก้แค้นต่อโชคชะตาของเผ่าพันธุ์และตัวของข้าเอง”
“ความแน่วแน่ของท่านเป็นของจริง ท่านจงนำมังกรพวกนี้เอาไปเถิด” สิ้นคำก็มีมังกรจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นมาต่อหน้าเขา
“ล้างคอรอไว้เลย ข้าจะทำลายโชคชะตาซะ วิสพี่จะไปรับแล้วนะ”

“นายท่าน” เสียงของเฟเธอร์และสตีลดรากอนดังขึ้นพร้อมกัน
“บอกแผนการของนายท่านมาก่อนจะได้รึไม่”
“ก่อนอื่นรวบรวมมังกรให้มากที่สุดแล้วนำกำลังยืดวิหารของมาโอซะ แล้วเราจะไปพาเด็กน้อยที่มีชิ้นส่วนของเอ็นราเจียและวิสมาที่วิหารที่เรายืดได้แล้ว”
“นายน้อย จริงด้วยทำไมนายท่านไม่พานายน้อยมาตั้งแต่แรกล่ะขอรับ”
“ข้า...................” อัลวิสพูดได้แค่นั้นก่อนที่น้ำตาของเขาจะไหลออกมาจากดวงตาของเขา
“นายท่าน ข้าขอโทษที่พูดไม่เข้าท่าไป”
“ไม่เป็นไร รีบไปปลุกมังกรตามที่ต่างๆให้ครบแล้วยึดพื้นที่ทะเลทรายมาเป็นของเรา” อัลวิสพูดทั้งๆที่น้ำตายังไม่หยุดไหล
“ขอรับ”
“ข้าจะทำลายมันซะ นาฬิกาที่ทำให้โชคชะตาของข้าต้องเป็นแบบนี้ข้าจะทำลายซะ”


4 เดือนต่อมา
“ปินัทเหนื่อยหน่อยนะที่อัลวิสไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้น่ะ” วีพูดเสียงอ่อนดวงตานั้นหมองเศร้าส่วนปินัทที่กำลังจะเดินออกไปก็ชะงักเท้าทันที
“ครับ ท่านวี”
“เอ่อ นี่ช่วยไปดูวิสให้ข้าพเจ้าหน่อย วันนี้ไม่เห็นมาทำงานอีกแล้ว”
“หรือว่าจะอยู่ที่นั่น......งั้นผมไปก่อนนะครับท่านวี” ปินัทก็วิ่งทันที
“บอกแล้วไงว่าให้เรียกรุ่นพี่หรือไม่ก็วีเฉยๆน่ะ” วีบ่นอุบ
“คงจะอยู่ที่นี่แน่ๆเลย” ปินัทพูดตอนนี้เขาอยู่ที่หน้าประตูห้องของอัลวิส

“ประตูล็อคงั้นเหรอ วิสอยู่ข้างในรึเปล่า” ปินัทพูดพลางเคาะประตู
“ใคร” เสียงที่โรยราและดูเลื่อนลอยดังขึ้น
“ปินัทเอง วิสนายเปิดประตูหน่อย”
“ปินัทเหรอ ที่พี่เขาหนีเพราะเราใช่มั้ย เพราะเรามันไม่ได้เรื่อง” เสียงนั้นดูเลื่อนลอยและเศร้ามาก
“อย่าทำอะไร บ้าๆนะวิสนายอย่าบอกนะว่านายอยู่ในนี้มาตลอด 3 วันที่นายไม่มาทำงานใช่มั้ย”
“พี่ผม.....ผม......พี่เขาเกลียดผมใช่มั้ยถึงได้จากไปพี่เขา...........” วิสซึ่งกำลังเพ้อนั้นหยุดลงพร้อมกับร่างอีกร่างหนึ่งที่บุกเข้าไปในห้องทางหน้าต่าง
“รุ่นพี่เสลธ” เสียงของวิสร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งหนีออกทางหน้าต่างที่เสลธพังเข้ามาแต่เสลธนั้นไวกว่าพุ่งเข้าสกัดขาวิสไว้ทันที
“พี่เสลธปล่อยผมเถอะครับ ผมอยากอยู่คนเดียว”
“ไม่แน่นอน ถ้าเจ้าอยู่คนเดียวแล้วดีขึ้นข้าคงจะไม่ว่าแต่นี่เจ้าทำร้ายตนเองแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน” เสลธจับร่างของวิสไว้แน่นซึ่งวิสไม่อาจสลัดให้หลุดได้เรื่องจากอ่อนแรงเพราะไม่ได้กินข้าวมา 3 วันที่เขาอยู่ในห้องของผู้เป็นพี่ดวงตาที่บวมช้ำเหมือนพึ่งร้องไห้มา
“ก็เป็นเพราะผม.......เพราะผมพี่ถึง......” วิสยังเพ้อไม่ทันจบก็ถูกเสลธชกเข้าเต็มแรงที่ใบหน้าจนร่างของเขาล้มกระแทกพื้นทันที
“เจ้าอย่าเอาแต่โทษตัวเองได้มั้ย เจ้านั่นคงไม่ดีใจหรอกที่เจ้าเอาแต่โทษตัวเองแบบนี้นะ ถ้าเจ้านั่นกลับมาแล้วเห็นเจ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็เจ้าคงโดนหมอนั่นโกรธแน่ๆ”
“แต่ผม......แต่ผม.....” วิสตะกุกตะกักน้ำตาคลออยู่ตรงเบ้าตาแต่แล้วต้องเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อเสลธดึงตัวเขาเข้าไปกอดไว้เบาๆ
“เวลาเจ้าคิดถึงหมอนั่นก็ให้มากอดข้าแทนแล้วกัน แล้วก็ร้องไห้ให้พอเพราะพออัลวิสมาเจ้าจะได้ยิ้มให้เขาได้ไง พี่ของเจ้าคงดีใจที่เห็นเจ้ายิ้ม” แค่นั้นแหละวิสก็กอดร่างของของเสลธแน่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาทันที
“ดีนะที่เข้าทางหน้าต่างและมาตอนเวลาทำงานเลยไม่มีใครเห็น ไม่งั้นได้โดนจิ้นชัวร์” เสลธคิดซึ่งหารู้ไม่ว่ามีผู้สังเกตเห็นการกระทำของเขาถึง 2 ตัวด้วยกันแถมยังเป็นเพื่อนสนิทของเขาด้วยเสียตัวหนึ่งอันได้แก่ ดาเนะและวี

“สะ....เสลธมีด้านที่อบอุ่นแบบนี้ด้วยเหรอดาเนะ ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นเลย” วีอ้าปากค้าง คือพอดีว่าพวกเขากำลังจะเดินมาดูวิสแต่ได้ยินเสียงกระจกแตกเลยปีนต้นไม้ขึ้นมาดูเลยเห็นภาพเข้าอย่างจังๆแถมได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจนอีกต่างหาก
“ระ...เราก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันวี” ดาเนะตอบพร้อมกับตาที่ยังค้างด้วยความช็อกไม่หาย
“โฮ้ะ โฮ๊ะๆๆ น่าจิ้นมากค่า ถูกใจเจ๊มาก” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาพร้อมกับออร่าของชมรมไสย์ม่วงแผ่ออกมาจนวีกับดาเนะรู้สึกได้จึงหันมองก็พบว่ามีแกะอีกตัวซึ่งเป็นผู้ปล่อยออร่ากำลังจ้องไปยังห้องของอัลวิสทางหน้าต่างพร้อมกับดวงตาเป็นประกายซึ่งทำเอาทั้งสองต้องร้องออกมาพร้อมกัน

“เจ๊/คุณ กิฟมาได้ไงเนี่ย” วีกับดาเนะหันมาพูดกับแกะที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“คู่จิ้นใหม่ ค่าความสัมพันธ์ที่เกินเลยระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องต๊าย เลิศค่า” กิฟพูดอย่างมีความสุขดวงทอประกายอย่างน่าขนลุกซึ่งดาเนะกับวีนั้นใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะถ้าลองคิดดูดีๆแล้วไอ้บทสนทนามันชวนจิ้นจริงๆด้วยสิ
“ต๊ายตายแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบนะ จะได้มีคู่อะไรนอกจากคู่ที่มีดาเนะเป็นส่วนประกอบบ้าง โฮ๊ะๆๆๆๆๆ” สิ้นคำแกะสาว(วาย)นามกิฟก็กระโดนหายไปอย่างรวดเร็วทิ้งกิ้งก่าสองตัวที่กำลังนั่งจิ้นเอาไว้อย่างงั้น
“เดี๋ยวสิ วันนี้เราต้องรีบกลับบ้านนี่นา แต่งานก็ยังไม่เสร็จเลยทำไงดีอะ วี” ดาเนะที่นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องจัดของภายในบ้าน
“ใจเย็นๆ ดาเนะเดี๋ยวข้าพเจ้าจะทำแทนให้นะ” วีบอกแต่ดาเนะกลับท้วงขึ้นมา
“งานของวียังเหลืออีกเป็นกระบุงเลยไม่ใช่เหรอ เราไม่อยากรบกวนวีนะ”
“งั้นข้าจะไปเฝ้าบ้านให้ก็แล้วกันนะดาเนะ”เสียงอีกเสียงแทรกเข้ามา

“สะ......เสลธมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ดาเนะพูดตะกุกตะกัก
“ก็มาตั้งแต่วิสหลับไปน่ะ ดาเนะไปทำงานต่อเถอะข้าจะช่วยเรื่องบ้านของดาเนะให้ ว่าแต่แกเหมือนตกใจที่เห็นข้านะวี” เสลธหรี่ตาลงก่อนจะมองไปที่วีทันที
“ไม่มีอะไรหรอก งั้นข้าพเจ้าไปทำงานก่อนนะงานยังเหลืออีกเยอะเลย” พูดจบวีก็ลากดาเนะเผ่นทันทีซึ่งเสลธมองภาพนั้นก่อนจะส่ายหน้าแล้วกระโดดกลับไปหาวิส

“นี่....ผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็เจ้าร้องไห้จนหลับไป เอาล่ะไปกินข้าวเย็นกันเถอะ” เสลธพูดก่อนจะดึงมือของกิ้งก่าที่เด็กกว่าตนลงมายังร้านจามอนทันทีโดยไม่ได้สนใจการต่อต้านของวิสเลยแม้แต่น้อย
“พี่เสลธครับผมไม่หิ(ว)โครกกกกกกกกกกก” วิสที่กำลังจะปฏิเสธแต้เพราะร่างกายนั้นฟ้องออกมาอย่างชัดเจนจนเสลธนั้นหลุดยิ้มออกมาส่วนยเจ้าตัวหน้าแดงแจ๋
“เอาน่า พี่นายคงไม่ดีใจที่เห็นนายเป็นแบบนี้แน่”
“ครับ” วิสรับคำเสียงอ่อยแต่พอเริ่มกินเสลธก็ต้องทำหน้าเหลอทันทีเพราะกิ้งก่าตรงหน้าตนนั้นสวาปามไปถึงราคาค่าอาหารหลักหมื่นเลยทีเดียวแถมยังจะสั่งไอศกรีมเพิ่มอีก
“พี่เสลธ ไม่กินเหรอครับ” วิสถามเพราะเขาพึ่งกินไปได้ครึ่งชามแค่นั้นเองส่วนวิสนั้นกินไอศกรีมหมดอย่างรวดเร็วแถมยังมีรอยไอศกรีมเปื้อนอีกต่างหาก
“กินไม่เรียบร้อยเลยนะ” เสลธเอื้อมมือไปเช็ดรอยไอศกรีมออกซึ่งนั่นทำให้วิสหน้าแดงก่ำ
“พี่เสลธครับ ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ” วิสโวยวาย
“ดูยังไงก็เด็กติดพี่ไม่ยอมโตชัดๆ” เสลธคิดขณะที่เขาอ้าปากกำลังจะเถียงก็มีร่างของดาเนะวิ่งเข้ามาบอกว่า
“แย่แล้วล่ะ เสลธดูนั่นสิ” ดาเนะชี้ไปยังฝูงเมฆสีแดงดำ
“นั่นอะไรน่ะ” เสลธรีบวิ่งออกไปดูพร้อมกับวิสที่ตามไปด้วย
“มะ.....มังกรรรรรรร” ทหารเสือดำหลายตัวพูดออกมาด้วยความตกในเพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นคือฝูงมังกรจำนวนมหาศาลกำลังบินเข้าที่เมืองแสง
“ไม่จริงน่า” ทุกตัวร้องออกมาอย่างสิ้นหวังขณะที่ถ้าทุกคนสังเกตกันดีแล้วท่ามกลางเหล่ามังกรมีกิ้งก่าสีดำตัวสวมหน้ากากสีขาวสวมชุดราวกับราชาดวงตาคู่นั้นเปี่ยมล้นด้วยความโศกเศร้าจากก้นบึ้งของจิตใจ

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Sun Feb 19, 2012 10:52 am, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 16
PostPosted: Fri Feb 10, 2012 11:10 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 17 Light City’s Crisis
“คำสั่งจงเป็นนกต่อดึงความสนใจให้ข้า ทำลายเมืองได้เพียงแต่จงฟังข้อห้ามของข้าต่อไปนี้ หนึ่งห้ามทำร้ายกิ้งก่าทุกตัวถ้าข้ารู้ว่าใครฆ่ากิ้งก่าล่ะก็ มันผู้นั้นมีโทษตาย สองห้ามทำความเสียหายแก่Rest Areaเด็ดขาด สามถ้าไม่จำเป็นอย่าฆ่าสัตว์หางทุกตัวในเมืองแต่ถ้าพบว่ามีตัวที่มีอันตรายของพวกเราและมีพลังมากเกินไปให้กำจัดทันที สี่ถ้ามีการต่อต้านของพวกกิ้งก่าให้นำไปขังรวมที่Rest Areaซะ เริ่มงานฉลองเลือดมหานครแห่งแสงสว่างได้” อัลเฟรอสสั่งก่อนจะตวัดมือพร้อมกับกองกำลังมังกรบุกเข้าไปยังเมืองแสงทันที
“เฟเธอร์ สตีล ตามข้ามาเราจะไปทำลายโชคชะตากัน”

“คุมกำลัง ต้านไว้เร็วเข้า” โบลดาสเดินออกมาสั่งก่อนจะใช้ดาบของตนฟันใส่มังกรตัวหนึ่ง
“บ้าน่ะ ไม่เข้าเลยเหรอ” มังกรตัวนั้นเปลี่ยนเป็นร่างเล็กขนาดเท่าสัตว์หางยืนสองขาตวัดกรงเล็บใส่นายพลเสือทันที
“แรงบ้าอะไรกันนี่” โบลดาสสบถเขาพึ่งเคยเจอกับแรงที่มหาศาลนะดับทำเขาทรุดเลยทีเดียว
“ช่วยพวกเราด้วยท่านโบล........” ทหารเสือดำกลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลพยายามขอความช่วยเหลือแต่อยู่ร่างของเสือดำทั้งหมดก็ระเบิดกลายเป็นเลือดทันที
“ไม่ได้เรื่องเลย พวกทหารมีดีแค่นี้เหรอ” ร่างหนึ่งเดินออกมากลางสมรภูมิรบเป็นกิ้งก่าสีแดงเลือดสวมชุดคลุมสีแดงข้างหลังมีปีกสีแดงเลือดอันเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาเป็นมังกร
“แก............” โบลดาสตัวดาบอัดมังกรตัวนั้นจนปลิวไปก่อนจะพุ่งเข้าหาผู้สังหารลูกน้องของเขาทันที
“โห้ มีคนเก่งๆมาให้ข้าซ้อมมือแล้วสินะ” มังกรในร่างกิ้งก่ายิ้มก่อนจะเรียกเลือดให้มารวมต่อหน้าแล้วกลายเป็นดาบคู่
“ข้าบลัดดรากอน ขอท้าประลองกับเจ้า” ร่างนั้นกล่าวก่อนที่จะตวัดดาบทั้งสองด้วยความรวดเร็ว
Dragon Dance(มังกรร่ายรำ)คมดาบเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและสูสีทัดเทียมกับแม่ทัพแห่งเมืองแสง
“ไม่เบานี่” บลัดยิ้มก่อนจะใช้ดาบฟันโบลดาสจนลงไปทรุดด้วยบาดแผลสาหัส
“แก..........” โบลดาสกัดฟันกรอดตอนนี้ทั้งเมืองแสงแทบจะกลายเป็นฉากสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยมเหล่ามังกรได้ทั้งทำลายบ้านเมืองและเผาเมืองแต่กระนั้นก็ยังมีการต่อต้านอยู่
“ไงตาลุงร้านเครื่องป้องกัน” หนสาวนามอาเบตต์ก็ใช้ดาบที่ทำจากเขี้ยวแมลงโบราณฟันใส่มังกรตัวหนึ่งจนล้มลงไป
“ไงยัยหนูร้านอาวุธ” สไตน์หมูป่าดำใช้โล่ตบมังกรตัวหนึ่งลงไปนอนนับดาว
“คงต้องร่วมมือกันแล้วพร้อมมั้ยยัยหนู”
“ได้อยู่แล้วตาลุง” จากนั้นทั้งสองก็หันหลังชนกันปะทะกับฝูงมังกรต่อไป

“แก ซีเนทนี่แก.......” หลบหลีกกันฟันกรอดเพราะซีเนทที่แฝงตัวเข้ามาและได้รับความไว้วางใจกลับทรยศพวกเขา
“ผมก็แค่ทำไปตามหน้าที่” ซีเนทกล่าวส่วนจ่าเสือดาวนั้นถูกซีเนทใช้หอกแทงเข้าที่ท้องจนล้มลงไปกองกับพื้น
“แก....ต้องการอะไรกันแน่” หลบหลีกได้แต่กัดฟันกรอดเพราะเขานั้นถูกซีเนทขังเอาไว้ในกรงน้ำ
“ผมจะบอกให้ก็ได้ครับเป้าหมายของพวกเราคือการทำลายโชคชะตาครับ” ซีเนทยิ้ม
“ทำลายโชคชะตา หมายความว่าไง” หลบหลีกเลิกคิ้วสูง
“นาฬิกาแห่งโชคชะตาของท่านอัลคาเซีย ครับ” ซีเนทตอบ
“นี่พวกแก หรือว่า” หลบหลีกตาเหลือกทันที
“ใช่ ครับพวกผมน่ะเป็นเพียงนกต่อแค่นั้นเอง ตอนนี้พวกเรามีอีกเป้าหมายหนึ่งครับซึ่งตอนนี้อยู่ที่วังของท่านอัลคาเซียแล้ว”
“หรือว่า.......”
“ครับ กิ้งก่าน้อยหน่วยSINครับ”

วังของเทพแสง
“พวกแก หยุดเดี๋ยว.........” เสียงของทหารเสือดำขาดช่วงไปก่อนจะตายลงเพราะถูกเคียวฟันใส่
“เฟเธอร์มันจะดีเหรอ” สตีลดรากอนถามเพื่อนของตน
“นายคิดว่าการตัดสินใจของนายท่านไม่ค่อยถูกต้องสินะ”
“ก็ใช่” สตีลดรากอนหันมามองหน้าเพื่อนที่ตอนนี้พวกเขากำลังถ่วงเวลาไม่ให้กองกำลังเข้าไปถึงตัวนายเหนือหัวของพวกเขา
“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ข้าจะทำลายชะตากรรม” อัลเฟรอสหัวเราะก่อนจะยื่นมือออกมาไว้ตรงเข็มก่อนที่นาฬิกาจะหมุนแบบเร็วมากๆพร้อมกับสายฟ้าสีดำที่พุ่งออกมาจำนวนมาก
“นี่พวกแก หยุดนะ” เร็กกุพุ่งเข้ามาหมายจะหยุดแต่ก็ถูกสายฟ้าพุ่งใส่อย่างแรง
“อ้ากกกกกกกกกกกกกก”
“ไม่มีใครหยุดชั้นได้หรอก ข้าจะทำลายมัน.......จะทำลายให้ดู” อัลเฟรอสถึงกับเกือบหมดแรงแต่ตอนนี้นาฬิกาเริ่มหมุนแรงจนควบคุมไม่ได้
“นายท่านครับ กองกำเสริมจากเมืองเงามาถึงแล้ว” อัลเฟรอสได้ยินกระแสจิตจากลูกน้องมังกรของเขา
“เฟเธอร์ สตีลไปจับตัวกิ้งก่าน้อยทั้งสี่ซะถ้าใครขวางให้ลงมือได้ตามสมควร”
“ขอรับ” เฟเธอร์ดรากอนกับสตีลดรากอนรับคำแต่ก่อนบินขึ้นไปชั้นบนอัลเฟรอสกล่าวว่า
“ระวังเด็กที่ชื่อฟิวเจอร์ เอาไว้เด็กคนนั้นหยุดเวลาได้ ถ้าเป็นไปได้ทำให้สลบก่อนแล้วค่อยพาตัวมานะ”
“ขอรับ” ทั้งสองก็ลอยตัวขึ้นไปข้างบนทันทีซึ่งก็พบกับเทพแสงและกิ้งก่าน้อยทั้งสี่
“เชิญไปกับพวกเราซะดีๆเถอะ กิ้งก่าน้อยทั้งสี่” เฟเธอร์กล่าวก่อนเรียกดาบคู่สีขาวออกมาพร้อมกับสตีลที่เรียกเคียวออกมา
“พวกท่านต้องการอะไรกันแน่” อัลคาเซียถาม
“เราก็แค่ทำตามคำสั่งของนายท่าน เมื่อนายท่านสมปรารถนาแล้วพวกเราจะถอนทัพกลับทันที” สตีลกล่าว
“พวกเราต้องการเพียงตัวของกิ้งก่าน้อยทั้งสี่และการแหลกสลายของนาฬิกาแห่งโชคชะตา” เฟเธอร์ตอบ
“มันหยุดแล้ว มันหยุดแล้วชะตากรรมเป็นอิสระแล้ว” เสียงของอัลเฟรอสดังขึ้นก่อนจะลอยขึ้นมาแล้วทรุดลงต่อหน้าเหล่าเด็กๆ
“ไปกันชั้นซะถ้ายัง...ไม่อยากให้ใครต้องตาย” พวกกิ้งก่าน้อยเริ่มลังเลมีเพียงเนบิวลาเท่านั้นที่เดินออกมาอย่างไม่ลังเล
“นี่สัญญาจริงนะว่าจะถอยทัพกลับ” เนบิวลาพูดอย่างเข้มแข็ง
“สัญญาด้วยเกียรติ” อัลเฟรอสกล่าวแต่ก่อนหน้านั้นมีมี่กลับวิ่งเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสอง
“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วย ชะตากรรมน่ะเราเป็นคนเลือกเองกำหนดเองไม่ใช่เหรอคะ”
“เราเปลี่ยนแปลงได้ โดยไม่ต้องทำลายงั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ คุณทำไมไม่กล้าล่ะคะทำไมคุณถึงหนีล่ะคะ” อัลเฟรอสก้าวถอยไปหนึ่งก้าวก่อนจะพูดว่า
“งั้นแสดงให้ข้าดูหน่อย” พูดจบมังกรดำก็พุ่งมาคว้าตัวหญิงสาวพร้อมกับกิ้งก่าน้อยสามตัวที่เหลือ
“กลับสตีล” เขาสั่งส่วนสตีลดรากอนก็เดาะลิ้นอย่างขัดใจก่อนจะเรียกวงเวทดำสำหรับวาร์ปออกมา
“นี่ พวกแก ข้าพเจ้าไม่ยอมหรอก” วีกับพวกดานะวิ่งขึ้นมาพร้อมกับที่อัลเฟรอสมองไปหาวิสดวงตาคู่นั้นมีน้ำตาไหลออกมาแบบควบคุมไม่ได้
“ย้ากกกกกก” ศรที่วียิงออกมาปักลงตรงที่หน้ากากของอัลเฟรอสทันที
“ขอโทษ.......” อัลเฟรอสกล่าวได้แค่นั้นก่อนที่ร่างของเขาและกองทัพมังกรจะหายไปจากเมืองแสงโดยสิ้นเชิง
“มีมี่” วีร้องออกมาก่อนที่น้ำตาจะไหลด้วยความเศร้าใจ

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Sat Feb 18, 2012 6:37 pm, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 17
PostPosted: Fri Feb 17, 2012 10:03 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
ไม่ได้อ่านมานาน ต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่แหะ

เว้นช่องหลังเครื่องหมายคำพูดกับเว้นประโยคด้วยก็ดีนะ อ่านแล้วลายตามากเลยล่ะ

“รุ่นพี่เสลธ”เสียงของวิสร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งหนีออกทางหน้าต่างที่เสลธพังเข้ามาแต่เสลธนั้นไวกว่าพุ่งเข้าสกัดขาวิสไว้ทันที

แก้เป็น
“รุ่นพี่เสลธ” เสียงของวิสร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งหนีออกทางหน้าต่างที่เสลธพังเข้ามา แต่เสลธนั้นไวกว่าพุ่งเข้าสกัดขาวิสไว้ทันที


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 17
PostPosted: Thu Mar 22, 2012 9:26 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 0 การพบเจอ

“งั้นก็วิ่งเล่นอยู่แถวนี้ก่อนนะเดี๋ยวข้าขอไปติดต่อเรื่องของพวกเธอสักครู่นะ” ร่างของกิ้งก่าดำสวมผ้าปิดตาอายุประมาณ 20 ปีกล่าวก่อนจะวิ่งหายไปทิ้งให้รุ่นน้องของอายุประมาณ 10 ขวบสี่คนอยู่ตามลำพัง
“ไปเล่นกันๆ” กิ้งก่าสีแดงพูดพร้อมกับลากทั้งสามตัวที่เหลือไปเล่น
“เอ่อ เราขอพักก่อนนะ เดี๋ยวจะตามไป” กิ้งก่าสีขาวพูดพลางนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น
“งั้นเหรอ งั้นพวกเราไปเล่นแถวโน้นนะ” กิ้งก่าสีแดงพูดพลางชวนเพื่อนๆก่าอีกสองตัวไปเล่น
“เฮ้อ เวียนหัวจัง” กิ้งก่าสีขาวบ่นอุบพลางพิงกับต้นไม้อย่างอ่อนแรง
“ฟิวเจอร์ มานั่งอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ” กิ้งก่าสีดำตัวหนึ่งสวมผ้าปิดตาเดินเข้ามาหาเขาที่กำลังนั่งอยู่
“ก็ผมรู้สึกเวียนหัวน่ะครับเลยมานั่งตรงนี้” ฟิวเจอร์ตอบ
“นี่ๆได้ยินมั้ยข่าวที่พวกปิศาจกิ้งก่ามันเข้ามาน่ะ” ไบสันตัวหนึ่งพูดซึ่งทำเอาร่างของฟิวเจอร์กระตุกทันที
“ปิศาจพวกนั้นน่ะเหรอ ไม่น่าจะเกิดมาเลยนะ ไอ้พวกแบบนั้นน่ะ” ฟิวเจอร์ถึงกับร้องไห้ออกมาแล้ววิ่งออกไป
“ฟิวเจอร์ เดี๋ยวก่อน” ฃอัลวิสรีบวิ่งตามกิ้งก่าน้อยไปทันที
“ฟิวเจอร์ หยุดก่อน” หลังจากวิ่งตามกิ้งก่าน้อยมาจนถึงน้ำตกสูงชันกิ้งก่าน้อยก็หยุดตามคำขอของเขาเสียด้วยแต่คำพูดที่ตามมาทำเอาเขาแทบลมจับ
“ผมไม่สมควรที่จะเกิดมาสินะคับผมมันน่าจะตายไปซะเลยจะได้ไม่ต้องมาเป็นปิศาจสินะครับ” ฟิวเจอร์พูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเต็มใบหน้าแล้วกิ้งก่าน้อยก็ถอยหลังไปจนจะตกน้ำตกอยู่แล้ว
“ฟิวเจอร์ อย่านะนายจะทิ้งเพื่อนของนายไปเหรอ” อัลวิสพูดอย่างร้อนใจแต่เหมือนจะไม่เข้าหูกิ้งก่าน้อยที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความหลังอันโหดร้าย
“บอกพวกเขาด้วยว่าลาก่อนนะครับ” สิ้นคำกิ้งก่าน้อยก็ถอยหลังจนตกน้ำตกไปทันที
“ฟิวเจอรรรรรรรรรร์” เสียงของอัลวิสเรียกชื่อเขาดังให้เขาได้ยินก่อนที่เขาจะหมดสติไป

“เจ้าหนูๆ” เสียงหนึ่งดังเข้ามาเขาลืมตาขึ้นปรากฏว่าเขาพิงต้นไม้อยู่ในสภาพเปียกปอนโดยมากิ้งก่าสีเหลืองตัวหนึ่งกำลังมองมาที่เขาแล้วกำลังดูอาการของเขาอยู่
“นะ....นี่เรา” ฟิวเจอร์พูดมาสองสามคำก็สลบไปอีกรอบ
“ให้ตายเถอะ เมอร์ซี่ล่ะปวดหัวคงต้องพาไปนอนพักในบ้านเราก่อนล่ะ” กิ้งก่าสีเหลืองนามเมอร์ซี่บ่นอุบพลางอุ้มร่างของกิ้งก่าสีขาวที่เขาพบว่าลอยมาตามน้ำเลยช่วยขึ้นมา
“เอาล่ะ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อน” เมอร์ซี่บ่นพลางแปลี่ยนชุดกิ้งก่าน้อยเป็นชุดโนวิซแล้วเอาชุดของกิ้งก่าน้อยที่เปียกโชกไปตากเอาไว้ข้างนอก
“นี่ ผม” ฟิวเจอร์ที่ตื่นหลังจากหลับไปซึ่งเขามองไปรอบก็พบกิ้งก่าสีเหลืองกำลังส่งยิ้มมาให้
“ไม่เป็นไรแล้วสินะ ว่าแต่หนูชื่ออะไรเหรอ” เมอร์ซี่ถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ผม ชื่อ ฟิวเจอร์” กิ้งก่าน้อยตอบเสียงหม่นหมอง
“แล้วไปทำอะไรมาถึงลอยมาตามน้ำได้ล่ะ” กิ้งก่าสีเหลืองถาม
“ผม.............” ฟิวเจอร์พูดไม่ออก
“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร จะอยู่ที่นี่ก่อนจนกว่าจะมีที่ไปก็ได้นะ” เมอร์ซี่พูดเพราะเขาพอจะเดาออกว่าเด็กตัวนี้คงไม่มีที่ไปแหงๆ
“ผม อยู่ที่นี่ได้จริงๆเหรอครับ” เด็กตัวนั้นหันมาถามสายตาของเด็กน้อยนั้นดูเศร้าสร้อยแต่แฝงด้วยความตกใจและดีใจ
“ได้สิ ฟิวเจอร์อยู่ที่นี่ได้อยู่แล้วล่ะ” เมอร์ซี่ตอบซึ่งกิ้งก่าสีขาวที่เคยโดนคนรังเกียจมาตลอดถึงกับปล่อยโฮออกมา
“ขอบคุณนะครับ” กิ้งก่าน้อยพูดทั้งน้ำตาซึ่งเมอร์ซี่ก็เข้าไปกอดกิ้งก่าน้อยไว้เป็นการปลอบ
“ไม่เป็นไรหรอกนะ พี่ยินดีต้อนรับ” เมอร์ซี่พูดด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น

“อ๊ะ นี่เรา ฝันถึงเรื่องในตอนนั้นอีกแล้วอย่างงั้นเหรอ” เมอร์ซี่ตื่นขึ้นในบ้านของเขาพลางมองธนูไม้ที่เรืองแสงสีเขียวอ่อนๆแล้วนึกถึงตอนที่ไปได้มันมาพร้อมกับที่ฟิวเจอร์ได้นาฬิกา
“สุขสันต์วันเกิดนะครับ พี่เมอร์ซี่” เสียงในอดีตในวันเกิดของเขาดังขึ้นเสียงที่ฟิวเจอร์จัดงานวันเกิดเล็กๆให้เขาซึ่งปกติก็จัดคนเดียวแต่ในปีนี้มีเด็กคนนึงมาจัดงานวันเกิดให้ซึ่งมันก็ทำให้เขาร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ
“เราต้องไปช่วยฟิวเจอร์” พูดจบก็จัดของพร้อมหยิบธนูแล้วเตรียมจะเดินออกไปแต่ถูกท้วงไว้ด้วยคำพูดของผู้มาใหม่ซะก่อน
“เมอร์ซี่จะไปเหรอ หลบหลีกว่ามันเหมือนไปหาที่ตายมากกว่านะ” ก่าหลบหลีกเดินเข้ามา
“อย่ามาห้ามเมอร์ซี่เลยยังไงเมอร์ซี่ก็จะไป ที่สำคัญตอนนี้พี่วีอยู่ในสถานะไร้การตอบสนองไปแล้วเราต้องรีบก่อนฟิวเจอร์จะเป็นอะไรไป” เมอร์ซี่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ได้ งั้นหลบหลีกจะตามไปด้วยหลบหลักมีเรื่องจะคุยกับซีเนท” หลบหลีกพูดก่อนจะเดินออกไปพร้อมเมอร์ซี่พอออกไปบุคคลที่เขาพบคือ วิส เซนารัส น้องชายของจตุรเทพอัลวิสนั่นเอง
“จะไปสินะครับ งั้นผมจะไปด้วย รีบเถอะครับ ตอนนี้ยามกำลังทุ่มเทกับการซ่อมแซม เราออกไปได้โดยพวกรุ่นพี่และกองกำลังอัลฟ่าไม่รู้แน่ไปกันเถอะ” วิสพูดพลางดึงมือทั้งสองไปที่หน้าประตูเมืองก็พบกับกิ้งก่าสีเหลืองอีกตัวยืนดักอยู่
“ขอบคุณที่ทำอะไรแล้วบอกกันก่อน” กิ้งก่าปินัทที่มาดักรอประชดพลางเดินเข้าไปหาทั้งสาม
“จะไปก็เร็วๆเข้าเถอะ ถ้าทหารเสือดำมาเห็นเราจะแย่” ปินัทพูดก่อนที่ทั้งสี่จะเริ่มปฏิบัติการออกจากเมืองกัน

ทางด้านดาเนะที่กลับไปกระท่อมของตนด้วยความกังวล
“ทำไงดีนะ วีก็ยังไม่มีสติไร้การตอบสนองเลย เฮ้อ” ดาเนะพึมพำพลางเดินเล่นไปในป่าก็เดินไปจนถึงพื้นที่ๆไม่น้ำไหลค่อนข้างเชี่ยวก็พบร่างของกระต่ายขนดำลอยมาตามน้ำ
“แย่ล่ะต้องรีบไปช่วยแล้ว” สิ้นคำเจ้าตัวรีบว่ายลงไปช่วยทันทีซึ่งก็ลำบากอยู่พอสมควรแต่ก็เอาตัวของกระต่ายขนดำขึ้นมาได้สำเร็จ
“เอาล่ะคงต้องเอาไปไว้ที่บ้านเราก่อน”ดาเนะพูดพลางอุ้มร่างของหญิงสาวไว้จนถึงบ้านพักของตน
”ชุดเปียกหมดเลยต้องเปลี่ยนชุดตะ......แต่ว่า” ดาเนะที่นึกได้ว่าตนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หญิงสาวก็หน้าแดงขึ้นมาในทันที
“ระ....เรา......จะ...จะ....ต้อง.....ปะ...เปลี่ยน...สะ..เสื้อผ้า.....หะ...ให้” ดาเนะตอนนี้พยายามคุมสติสุดความสามารถเพื่อจะเอามือเข้าไปจับชุดของกระต่ายสาวพร้อมเอาออกทันทีเหมือนสัมผัสกับของร้อนมากใบหน้าตอนนี้เป็นสีแดงแจ๋ดั่งมะเขือเทศสุก แล้วในที่สุดกิ้งก่าสีเหลืองก็รวบรวมความกล้าไปกระตุกเชือกที่มันปกเสื้อของหญิงสาวออกซึ่งพอเห็นผิวขาวเหนือเนินอกเจ้าตัวก็หน้าแดงสุดๆพร้อมหันไปอีกทางเพราะกลัวจะจ้องนานเกินไปมือสั่นเป็นเจ้าเข้า
“ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ พองหนอ......” คำพูดข่มตัณหาของดาเนะดังขึ้นประมาณสิบนาทีมือไม้ที่สั่นค่อยๆสงบลง
“เราไม่ได้ทำเพื่อสนองตัณหานะ เราทำเพื่อความขาว เอ้ยไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิตๆ” ดาเนะคิดพลางส่ายหน้าก่อนจะเริ่มเปลี่ยนชุดหญิงสาวเป็นชุดฝึกหัด
“เสื้อ….. เข็มขัด........กางเกง พรูดดดดดดดดด“ เสียงเลือดกำเดาของกิ้งก่าสีเหลืองพุ่งกระฉูดดังขึ้นตอนบ่ายแก่ๆของวันนั้นเอง
หลังจากนั้นสักพัก
“เอาล่ะเปลี่ยนชุดเรียบร้อย” ดาเนะพูดพลางดึงเศษผ้าที่อุดจมูกตนออก
“เฮ้อ ทำไมมีแต่เรื่องยุ่งๆนะ” ดาเนะถอนหายใจพลางถอดชุดของตนออกแล้วลงไปแช่น้ำอุ่น
“เฮ้อ จะทำยังไงต่อดีนะเรายังหาทางจัดการพวกมังกรไม่ได้ซะด้วยสิ แถมนาฬิกาก็หยุดไปแล้วด้วย” ดาเนะคิดพลางแช่น้ำร้อนไปอย่างเพลิดเพลิน
“อ๊ะ นี่เรา” กระต่ายสาวที่ตื่นขึ้นมองสำรวจร่างของตนเองก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหลังกระท่อมซึ่งดาเนะแช่น้ำอยู่ทำเอาทั้งสองเจอกันแบบชัดเจนเล่นเอาหญิงสาวที่มึนๆอยู่ตาสว่างทันทีพร้อมกับใบหน้าของทั้งสองที่ขึ้นสีจัด
“ว้ายยยยยยยย”กระต่ายสาวรีบไปหลบหลังกำแพงทันทีส่วนดาเนะตกใจจนพูดอะไรไม่ออกไปสักพักก็พึมพำว่า”มีผะ....ผู้หญิงมาเห็นเราตอนอาบน้ำๆ” ดาเนะหน้าแดงชนิดมีไอเลยทีเดียว
หลังจากนั้นสักพัก
“เราชื่อดาเนะเธอเชื่ออะไรเหรอ”ดาเนะเริ่มเปิดการสนทนาในชุดพื้นฐานของกิ้งก่าทั่วไปกับกระต่ายสีดำที่เหมือนจะเริ่มตั้งสติได้แล้วเหมือนกัน
“ชั้นชื่อ มีเดีย”กระต่ายสาวตอบ
“ว่าแต่หิวรึยังล่ะ เราจะได้ไปทำอะไรให้ทาน”ดาเนะถามด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
“นายช่วยชั้นไว้ทำไมหวังอะไรจากชั้น”กระต่ายสาวถาม
“ก็ช่วยเฉยๆไม่หวังอะไร” ดาเนะตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจจนหญิงสาวสัมผัสได้
“หายากนะคนช่วยคนอื่นไม่หวังอะไรแบบนายน่ะ” มีเดียพูดเสียงเศร้าๆ
“ว่าแต่เธอเถอะทำไมถึงลอยมาตามน้ำล่ะ” ดาเนะถามซึ่งมีเดียมีท่าทีกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรนะว่าแต่เธอหิวรึยัง เราจะไปทำอะไรให้ทาน” ดาเนะพูดยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าครัวไปซึ่งทางมีเดียกับรู้สึกว่าใจตนเองเต้นแบบแปลกๆ
“นี่เราทำไมหัวใจเต้นแรงล่ะเนี่ยไม่เข้าใจจริงๆ” มีเดียคิดพลางส่ายหน้าไปมา
“ขอโทษนะที่วัตถุดิบมีน้อยเลยทำได้แค่นี้” ดาเนะพูดพร้อมเดินกลับมาโดยในมือมีซุปผักอยู่ 2 ถ้วย
“ไม่เป็นไรหรอก” มีเดียรับถ้วยมาแล้วเริ่มกิน
“อร่อยมั้ย” ดาเนะถาม
“อร่อยมากเลย” มีเดียตอบอาหารตามร้านอาหารทั่วไปคือสิ่งที่เธอคุ้นเคยแต่อาหารที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีต่อผู้ทานนั้นเธอก็เคยกินในความทรงจำอันเรือนลางของเธอเพียงแต่เธอกับรู้สึกว่าอร่อยกว่าร้านอาหารหรูๆซะอีก
“ดีใจจังที่ชอบว่าแต่พรุ่งนี้เข้าเมืองไปกับเรานะ” ดาเนะพูดซึ่งทำเอามีเดียแทบจะสำลักซุปเลย
“ไปทำอะไรเหรอ” มีเดียถามพลางเอาน้ำมาดื่ม
“ก็ไปเลือกซื้อของสำหรับมีเดียไง” ดาเนะตอบซื่อๆซึ่งทำเอามีเดียหน้าแดงสุดๆ
“มะ...มันชวนเดตชัดๆเลยไม่ใช่เหรอ” มีเดียคิดก่อนจะหน้าแดงมากๆ
“เอาเถอะ มีเดียนอนเตียงนะเดี๋ยวเราจะนอนพื้น” ดาเนะพูดซึ่งหญิงสาวซึ่งไม่รู้อะไรดลใจให้เธอพูดออกไปว่า ”เตียงออกใหญ่นอนด้วยกันก็ได้นี่” พูดจบทั้งสองก็พร้อมใจกันหน้าแดง
“นะ...นอนด้วยกัน” ดาเนะพึมพำเบาๆมือสั่นตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
“เอาเถอะน่า รีบๆนอนเถอะ นายจะพาชั้นไปซื้อของอีกไม่ใช่รึไง” มีเดียแหวใส่ก่อนจะรีบล้มตัวนอนแต่สาวเจ้าไม่อาจข่มตาให้หลับได้พอๆกับกิ้งก่าที่นอนบนเตียงด้วยซึ่งเอาแต่หันไปอีกทางแล้วก็หน้าแดงอยู่ตัวเดียว
“นี่ชั้นไม่ได้คิดอะไรกับตานี่หรอกน่าตะ....แต่ว่าทำไมเราต้องพูดออกไปแบบนั้นนะ” มีเดียคิดก่อนจะเข้าสู่ห่วงนิทรา

ทางด้านอัลเฟรอสกับมีมี่ที่มาถึงปราสาทมังกรแล้ว
“คุณต้องการทำอะไรกันแน่คะ คุณอัลเฟรอส ไม่สิ คุณอัลวิส” มีมี่พูดทำเอาร่างของอัลเฟรอสกระตุกทันที
“อะ...อัลวิสอะไรกันข้าคืออัลเฟรอสราชามังกรนะ” อัลเฟรอสตอบด้วยท่าทีตะกุกตะกัก
“ไม่ใช่ค่ะ คุณคือ อัลวิส ถอดหน้ากากออกเถอะค่ะ” มีมี่พูดพร้อมกับที่หน้ากากของอัลเฟรอสตกลงกระแทกพื้น
“เธอรู้ได้ยังไง มีมี่” อัลวิสถามเสียงเศร้าๆใบหน้าของเขาปราศจากความสุข
“ก็เพราะดวงตาไงคะ ตอนที่คุณอัลวิสจ้องไปทางคุณวีมีแต่คำว่าขอโทษและความสำนึกผิดตลอดเวลามีมี่น่ะรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแหละค่ะ” มีมี่ตอบ
“งั้นเหรอ ชั้นโกหกเธอไม่ได้เลยสินะ” อัลวิสตอบพลางยิ้มเศร้าๆ
“คุณอัลวิสคะพามีมี่มานี่คงต้องการให้มีมี่ช่วยสินะคะ” มีมี่ถามด้วยรอยยิ้ม
“อะ..อือคือให้เธอช่วยเป็นราชินีของอาณาจักรนี้ได้มั้ย แม้จะบอกว่าราชินีก็เถอะ แต่ว่ามาอยู่เป็นเพื่อนข้าได้มั้ย ข้าไม่บังคับหรอกนะ ถ้าไม่อยาก ข้าจะให้คนไปส่งให้” อัลวิสพูดเสียงเศร้าๆพลางหันหน้าไปอีกทาง
“ได้สิคะ มีมี่ไม่รังเกียจหรอกถ้าอัลวิสทำตามเงื่อนไขของมีมี่ได้” มีมี่พูดยิ้มๆ
“เงื่อนไขเหรอ” มังกรดำเลิกคิ้วสูง
“ค่ะเงื่อนไขที่หนึ่ง ห้ามโจมตีเมืองแสงอีกเป็นครั้งที่สอง เงื่อนไขที่สองห้ามฆ่าสัตว์หางตัวอื่นโดยไม่จำเป็นอีก เงื่อนไขที่สามมีมี่อยากเห็นหน้าคุณวีอีกครั้ง เงื่อนไขที่สี่คือ ห้ามคุณปิดบังความรู้สึกค่ะ” มีมี่พูดยิ้มๆ
“ ได้ มีมี่ชั้นจะทำตามทุกอย่าง” อัลวิสตอบ
“ ยังค่ะคุณอัลวิสไม่ได้ทำตามเงื่อนไขที่สี่ค่ะ ร้องไห้ออกมาเถอะนะคะ คุณน่ะเศร้ามานานแล้ว” แค่นั้นแหละอัลวิสก็ปล่อยโฮออกมาทันทีส่วนมีมี่กอดมังกรดำไว้เป็นการปลอบ
“ ฮือๆๆๆๆ มีมี่ชั้นทำมันไปแล้วชั้น...ชั้น........ฮือๆๆๆๆๆๆ” อัลวิสร้องไห้โฮอยู่พักใหญ่
“ ตามมาสิ มีมี่ชั้นจะให้เธอได้ดูวีในตอนนี้ “ อัลวิสหลังร้องไห้เสร็จก็พอมีมี่เดินเข้ามาในห้องนอนของเขาพร้อมเดินไปโต๊ะกระจกพร้อมหยดเลือดลงบนกระจกแล้วปรากฏภาพของมุมต่างๆภายในเมืองแสงสามารถเลือกได้อีกต่างหาก
“ นะ...นี่มันอะไรเหรอคะ อ๊ะ คุณวี “ มีมี่พูดเมื่อเห็นหางที่ตนรักที่กำลังนั่งอย่างเลื่อนลอย
“ นี่เป็นกระจกเลือดมังกรน่ะ พอข้าหยดเลือดลงไปจะทำให้เห็นภาพในระยะที่กำหนดได้น่ะ ทุกคนจะเป็นยังไงกันบ้างนะ “ อัลวิสเริ่มปรับภาพไปจนถึงตอนที่ดาเนะชวนมีเดียไปข้างนอกพรุ่งนี้ทำเอาทั้งสองตัวอ้าปากค้าง
“ ดะ...ดาเนะชวนสาวออกเดทแถมยังสวยใช้ได้อีกนะ มีมี่เปลี่ยนแผนแล้วพักเรื่องที่นี่ไว้ก่อนพรุ่งนี้ต้องไปสังเกตุสะกดรอยดาเนะอย่างด่วนเลย “ อัลวิสพูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 4 เดือน
“ ยิ้มได้แล้วสินะคะ “ มีมี่พูดยิ้มเมื่อเห็นรอยยิ้มของราชามังกร
“ ว่าแต่มีมี่เถอะ กับวีนี่นี่ก้าวเข้าไปเป็นแฟนได้แล้วเหรอ ” อัลวิสหน้าขึ้นสีเล็กน้อยพร้อมกับกระแอมเบาๆ
“ อะ....เอ่อ ก็ค่ะมีมี่คบกับคุณวีแล้วค่ะ “ มีมี่พูดด้วยใบหน้าแดงแปร้ด
“ ยินดีด้วยนะที่ในที่สุดเธอก็บอกเจ้าคนซื่อบื้อนั่นได้ ” อัลวิสพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ แล้วคุณล่ะคะคิดยังไงกับคาเซียล่ะคะ” มีมี่ถามจบอัลวิสก็หน้าแดงไปถึงหูก่อนจจะหันหน้าไปอีกทางทันที
“ ขะ...ข้าไม่ได้ชอบซะหน่อย อย่าคิดเอาเองสิมีมี่” ปากว่าไปงั้นแต่หน้าของคนพูดน่ะแดงจนไปถึงหูอยู่แล้ว
“ แน่ใจเหรอคะ “ มีมี่ยิ้มให้กับท่าทางอายๆของมังกรตรงหน้า
“ นะ...แน่สิก็ข้าไม่ได้คิดอะไรนี่ “ อัลวิสตะกุกตะกักตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มแดงไปถึงหูและหางจนดูไม่มีมาดของราชามังกรสักนิด
“ จริงเหรอคะหน้าและหางของคุณมันแดงแจ๋แล้วนะคะ” มีมี่ยิ้มอย่างดีใจที่ได้แกล้งชายหนุ่มขี้อายคนนี้
“ ...................” คนถูกแกล้งหมดปัญญาจะตอบโต้จึงได้แต่เอาฟูกมาปูไว้เพื่อที่ตนจะนอน
“ มีมี่นอนข้างบนเถอะ ข้านอนพื้นเอง ” อัลวิสพูดซึ่งมีมี่ก็ปฏิบัติตามจนหลับไป
“นี่ข้า คิดกับยัยโหดนั่น ไม่ใช่ๆ มันต้องไม่ใช่แน่” หัวก็คิดส่วนหน้ามันก็แดงขึ้นๆเหมือนใจมันจะไปก่อนอย่างอื่นแล้ว
“ข้าไม่ได้รักน่าข้าไม่ได้รักแน่ๆ ข้าไม่ได้ร้ากกกกกกก” อัลวิสคิดพลางเอาหัวโขกหมอนตลอดคืน

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 62 posts ]  Go to page Previous  1 ... 3, 4, 5, 6, 7  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki