BigBugStudio Forum
http://bigbugstudio.com/forum/

12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
http://bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=5068
Page 113 of 113

Author:  misuru [ Wed Sep 01, 2010 3:33 am ]
Post subject:  Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]

~LittlE_PanDa~ wrote:

misuru wrote:
รอบนี้อาจจะไม่สนุกไปหน่อยนะครับ เพราาะหมดมุข + เขียนด้วยความเบลอๆเนื่องจากเป็นไข้ (อีกแล้ว!!!!!!! อะไรกันนักหนาเนี่ยเจ้าฝนบร้า!!!! ที่ตอนจะไปไหนมาไหนดันไม่ตก มาตกตอนขากลับทุกทีเล้ย!!!! แง้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)


ทำไมต้องว่าเค้าอ้ะ?!!! :cry:


โอ๋ๆๆๆๆ ขอโต๊ดก๊าบ ><"

ไม่ได้ตั้งใจว่าจริงๆ แต่เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวอ่ะเปียกกลับหอแทบทุกวันเลย = ="

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Wed Sep 01, 2010 6:01 pm ]
Post subject:  Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]

ทางนี้ก็เหมือนกันอ่า เจอฝนไล่ช้างโครมใหญ่ พอจะกางร่ม ฝนดันหยุดตก

อีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ตกใหม่อีก พอจะวิ่งเข้าร่ม ฝนหยุดอีกแล้ว -*-

เซ็งงงง!!! :evil:

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Sat Sep 25, 2010 2:16 am ]
Post subject:  Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]

ไรอง wrote:
"หลานไรอง...ไรอง...ไรอง!!!"

"อ๊ะ...คะลุงเรด?"แมวดาวนามไรองเงยหน้าขึ้นมองมังกรแดงที่ยืนค้ำหัวตนเองอย่างงงๆ

"เจ้าเป็นไรไป ดูเหม่อๆ แถมหน้าตาดูไม่ค่อยสบาย ไหวรึเปล่า"เรดพูดด้วยความเป็นห่วง นินจาสาวที่นั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กส่ายหน้าช้าๆ พลางยิ้มตอบว่าไม่เป็นไร ที่จริงแล้วทุกตัวที่เดินผ่านเธอก็จะถามทัก และทุกครั้งเธอก็ตอบเช่นนั้น

หากเพียงแต่ถ้าเป็นความจริงก็คงจะดี...

ไรองนอนขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่บนเก้าอี้ รอให้มิซึรุเตรียมพิธีให้เสร็จพลางนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย...



ก่อนมาทำงานที่หอคอยนิรันดร์นั้น อาเรสและไรองก็ปักหลักอยู่ที่ห้องเช่าห้องเล็กๆ ในเมืองแห่งแสง เขายังคงทำงานเป็นนักรบรับจ้าง คอยป้องกันขบวนคาราวานเรื่อยมา สลับกับงานกะงานกลางคืนที่เธอไม่เคยรู้ว่าคืออะไร และไรองก็ยังตามติดเขาอย่างเคย แม้ทั้งสองจะอยู่ด้วยกัน แต่ปากท้องของทั้งสองไม่ได้เป็นเช่นกัน ต่างคนต่างหาเลี้ยงตัวเอง ต่างคนต่างอยู่เพื่อตัวเอง และต่างคนต่างเป็นเพื่อนผู้ค้ำจุนกันเอง เพราะไรองเป็นเสือกลางวัน อาเรสเป็นเสือกลางคืน จึงหายากที่ทั้งคู่จะได้อยู่ด้วยกัน ได้เจอหน้ากันจริงๆ

กระนั้น...ตลอดเวลาที่ได้อยู่กับเขา เธอคิดว่าอาเรสเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง พี่ชายที่รักและเคารพมากพอๆ กับพี่ฟูจิ และอาจเพราะอดีตของไรองที่ไม่มีเครือญาติให้นับอย่างวุ่นวาย 'พี่ชาย' ของไรองจึงถือเป็นคำพิเศษ ใครที่เป็นพี่ชายก็ถือเป็นคนพิเศษของไรอง และคนพิเศษของไรองก็หมายถึง คนที่รักมาก...และคำว่ามากของไรองก็ถือว่ามากจริงๆ...

และเรื่องก็เริ่มจากวันนั้น...

"ไปด้วย"ไรองฉุดแขนของอาเรสที่กำลังใส่รองเท้าเตรียมออกไปทำงานอย่างปกติ จันทร์เพ็ญฉาดแสงนวลสลัวทั่วเมืองแห่งแสง ไม่เว้นห้องเช่าเล็กๆ ที่อยู่ติดระเบียงของตึกที่พวกเขาอยู่ เสือดำหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง แมวดาวน้อบกำลังลุ้นว่าเขาจะตอบแบบเดิมอีกหรือเปล่า

"ไม่..."

และเป็นครั้งที่ 16 ที่เธอโดนปฏิเสธ เพียงแต่ทุกครั้งที่อาเรสจะสะบัดมือเธอออก คราวนี้กลับดึงมือออกไปอย่างนุ่มนวล ไรองประหลาดใจกับท่าทางที่สงบเงียบผิดปกติของเสือดำอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

"คืนนี้หิมะจะตก...อย่าออกไปข้างนอกละ"พูดจบนักสู้หนุ่มก็ปิดประตูออกไป

"หิมะหรอ...."

"หิมะ..."

"หิมะคืออะไรอ้ะ...."

เนื่องจากประเทศที่ไรองเคยอยู่เมืองเขตร้อน ในฤดูหนาวอย่างมากก็แค่หนาว แต่ไม่เคยมีปุยนุ่นสีขาวนุ่มตกลงมาเลย แมวดาวสาวจึงไม่รู้จักว่าหิมะมันคืออะไร ด้วยนิสัยเด็กๆ ที่ว่ายิ่งมีใครเตือนโน่นนี่ก็อยากขัดใจจะขาด แถมเป็นอาเรสด้วยแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นของไรองก็ยิ่งทวีคูณ

"ไอ้หิมะที่ว่าเนี่ยมันจะเท่าไหร่กันเชียว...."

และด้วยความตื่นเต้นเธอจึงเปิดประตูออกไปเดินในเมืองท่ามกลางอากาศเย็นโดยลืมไปว่าตัวเองนั้นใส่เพียงเสื้อยืดบางๆ และกางเกงขาสั้นพร้อมด้วยรองเท้าแตะเท่านั้น เสือหนุ่มสั่งแล้วสั่งอีกว่าอย่าออกมาตอนกลางคืน แต่อย่างไรเธอก็ยังอยากออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกตามสัญชาติญาณของสัตว์ตระกูลแมวที่รักอิสระ

ไรองอยากออกมาเดินบนถนนดูวิวที่เงียบสงัดท่ามกลางแสงจันทร์และท้องฟ้าพื้นดำซึ่งเปล่งประกายด้วยแสงดาวนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีจังหวะและฤกษ์ยามดีๆ เหมือนวันนี้ก็เท่านั้น

ปุยสีขาวเล็กๆ หล่นลงมาจากท้องฟ้า เธอแบมือรองมันเอาไว้ จ้องมองถึงเกล็ดสีขาวสวยละลายหายไปกับมือ มันคือหิมะรึเปล่านะ...เธอคิด และรู้สึกชอบเจ้า 'หิมะ' นี่เสียเหลือเกิน ใช้เวลาเพียงไม่นาน ปุยนุ่มทั้งหมดก็ปกคลุมเมืองแห่งแสงขาวโพลนไปทั่ว ไรองโกยเอาหิมะมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ เรียงเป็นแถวยาวทั่วทางที่เธอผ่าน ปั้นเล่นปาใส่กำแพงบ้าง ปั้นตั้งเรียงเป็นกองปิระมิดบ้าง เธอทำไปเรื่อย มือยังคงปั้นเจ้าหิมะแต่สายตาสอดส่องไปทั่วไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยกำลังเดินเข้าไปในบาร์มุมถนน

อาเรสเข้าไปทำอะไร...?

ด้วยความอยากรู้อีกแล้ว หิมะก้อนกลมถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี เธอรีบเดินเข้าไปในบาร์นั้น มือเล็กผลักประตูกระจกของบาร์เข้าไปแล้ว แต่กลับถูกใครบางคนกระชากคอเสื้อไปก่อน

"เดี๋ยวเถอะยัยหนู เป็นเด็กเป็นเล็กคิดจะมาที่แบบนี้งั้นหรอ รีบกลับบ้านไปนอนได้แล้ว ไป๊!"ค้างคาวหน้าประตูตวาดใส่พลางโยนตัวนินจาสาวทิ้งไว้อีกฝั่งหนึ่งของร้าน ไรองปัดหิมะที่กางเกงพลางบ่นอย่างหัวเสีย

เด็กที่ไหนกัน...ถ้าไม่ให้เข้าดีๆ ไรองหาทางเองก็ได้!

แมวดาวน้อยอาศัยทักษะเก่าที่มีอยู่ไต่ขึ้นเพนดานของบ้านละแวกนั้น วิ่งเลาะระเบียงของตึกรามบ้านช่องอยู่นานกว่าจะหาทางลงไปข้างหลังร้านได้ เป็นเพราะความไม่เคยชินในพื้นที่ละน่า...ไรองปลอบใจตัวเองพลางเปิดประตูหลังร้านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย คิดอยู่ว่าคงจะแอบลัดเลาะออกไปเจอกับอาเรสได้โดยไม่มีใครจับได้ซะก่อน

แต่ไรองก็โชคไม่ดีเหมือนทุกครั้ง กระต่ายสาวบริกรหญิงก็วิ่งมาชนเธอพอดี ทั้งคู่ล้มลงในทันที ไม่มีโอกาสแม้แต่จะรีบชิ่งหนี กระต่ายตัวนั้นคว้าแขนเธอไว้อย่างรวดเร็ว

"เธอจะมาเปลี่ยนเวรกับชั้นใช่มั้ย"ไม่ว่าเปล่า นางรีบถอดชุดที่ใส่อยู่ให้เธอทันที "ฝากร้านต่อด้วยล่ะ"

"เอ่อ..."

"ทำไมไม่รีบเปลี่ยนเสื้อล่ะ! รีบๆ ไปเร็ว สายมาแล้วเดี๋ยวจะโดนเถ้าแก่ดุเอา พวกเรามาช่วยกันเร็ว!"ฉับพลันก็มีพนักงานตัวอื่นๆ รีบวิ่งกันเข้ามาทั้งเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าให้ไรองเป็นการใหญ่ เธอช็อคจนทำอะไรไม่ถูก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็โดนจับใส่ชุดบริกรหญิงแถมแต่งหน้าด้วยอีก เธอมองกระจกแล้วรู้สึกว่าภาพสะท้อนในกระจกนั้นไม่เหมือนตัวเองเลยแม้แต่น้อย

"อ่ะรีบไปซะนะ ไอ้พวกเราก็ไม่รู้จะไปดูแลพวกขุนนางนั่นยังไง สู้ๆ ก็แล้วกัน"

และแล้วไรองก็ได้เข้ามาในบาร์สมใจอยากซะแล้ว....



เสือดำคาดการณ์ผิด...

เขารู้ว่าถึงสั่งไม่ให้ไรองออกมาจากห้อง นางก็จะดื้อไปเสียทุกครั้ง ยิ่งวันนี้มีหิมะตก ไรองเป็นเด็กซนชอบวิ่งโน่นเล่นนี่อย่างไม่รู้เบื่อ เขามั่นใจว่านางจะต้องออกมาเดินเล่น คิดไปถึงว่าเขาอาจจะถูกพบ แต่ไม่ได้คิดถึงว่านางจะยอมปลอมตัวเป็นบริกรหญิงเพื่อที่จะเข้ามานั่งในห้องสูทมุมในสุดแสนจะแพงลิบลิ่วที่เขาจองเอาไว้ อาเรสมองเจ้าเสือน้อยที่โดนจับแต่งตัวจนได้ความน่ารักมาแทนที่ความซนแล้วกุมขมับ

ทำไมจะต้องมาเห็นตอนที่ไม่อยากให้เห็น ทำไมจะต้องมารู้ในเรื่องที่ไม่อยากให้รู้...

แต่อาจจะดีแล้วที่นางยังรู้เพียงแค่นี้...

อาเรสรู้สึกโ่ล่งอกอย่างประหลาดเมื่อมั่นใจว่าไรองไม่ได้มาเห็นงานที่เขาไปทำก่อนหน้านี้ แม้การขายอุปกรณ์ทางการแพทย์จะไม่ผิดกฏหมายมากมาย แต่หากนางรู้เข้าคงเที่ยวเอาไปโพนทะนาซะทั่ว ดีไม่ดีไอ้ความรักยุติธรรมที่ออกจะเถรตรงเกินไปจะทำให้เขาโดนยัดเข้าซังเตด้วยซ้ำ น่าแปลกที่พอกลับมาคิดอีกที เขากลับกลัวว่าภาพพจน์ที่เธอมองเขาจะดูย่ำแย่ลงเสียมากกว่า

นักสู้หนุ่มเอนกายลงพิงโซฟาดำยาว...ตอนนี้คิดว่าจะแก้ปัญหาตรงหน้ายังไงดีกว่า

เรื่องแรกคือเครื่องดื่ม เขาตัดสินใจสั่งไวน์แดงมาไว้ในห้อง ไม่ใช่เพราะว่าถูกปาก แต่เสือดำคิดว่าเป็นเครื่องดื่มที่ง่ายที่สุดเนื่องจากไม่ต้องมีผสมอะไรให้วุ่นวาย แค่เทใส่แก้วคงจะไม่มีปัญหาใหญ่อะไรสำหรับไรอง(แต่เขายังหวังลึกๆ ว่านางจะไม่ซุ่มซ่ามเอาตอนนี้)

"ไหนทวนซิว่าต้องทำอะไรบ้าง"เสือดำถามหลังจากบอกสิ่งที่ต้องทำจนครบ

"ก็...."ไรองพยายามนึก "ก่อนอื่นต้องทักทายอย่างสุภาพก่อน แล้วก็มายืนตรงนี้"เธอว่าพลางเดินไปยืนเกือบจะมุมห้อง "ถ้าไม่ได้เรียกก็อย่าเข้ามาใกล้ในรัศมี....ทำไมธรรมเนียมพวกขุนนางมันยุ่งยากจังอ่ะ!"

"เลิกบ่นได้แล้ว โทษตัวเองเถอะที่ยอมใส่ชุดแบบนี้แล้วตามข้ามาถีงที่นี่"เสือดำเดินไม่กี่ก้าวก็เข้าประชิดต้วไรอง ทำให้เธอถอยหลังจนติดกำแพง ร่างสูงโน้มตัวลงแล้วใช้มือดันหน้าแมวดาวเงยเชิดขึ้น เขามองดวงหน้าขาวผ่องที่ถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางค์บางๆ แต่กลับแดงฉานด้วยความเขินอาย นัยน์ตาสีส้มกลมโตผวาและเลี่ยงที่จะไม่มองหน้าเขาโดยตรง ริมฝีปากกลับชมพูอ่อนเผลอเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว ร่างบางที่สวมชุดบริกรหญิงทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยของเด็กอายุ 14 แต่ก็ไม่ได้ดูแก่น่าเกลียดจนเกินไป แม้ชุดนั้นจะถูกออกแบบให้เน้นสัดส่วนของเรือนร่างก็ตามที

ยิ่งเห็นแมวน้อยทำหน้ามุ่ยยิ่งเพิ่มความอยากแกล้งมากขึ้น จึงกระเถิบหน้าให้เข้าไปใกล้อีก "ว่าไง ไม่ได้ยินคำตอบเลย"
ไรองยิ่งอ้ำอึ้งหนักกว่าเก่า อาเรสจึงยั่วหนักกว่าเดิม "เวลาตอบผู้ใหญ่ต้องมองตา รู้มั้ย ยัยหนู"

นินจาน้อยในชุดบริกรหญิงค่อยๆ สบตาเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ดวงหน้าแดงก่ำ "ก็...."

"ก็อะไร หืม..."อาเรสโน้มตัวลงต่ำอีก คราวนี้หน้าของทั้งสองเกือบจะชนกันอยู่แล้ว เขาเผลอหัวเราะหึๆ ก่อนผละออกจากมุมห้องกลับมานั่งที่โซฟา ไรองทรุดตัวลงนั่งพร้อมถอนหายใจอย่างหมดแรง

"แขกจะมาแล้ว จำเรื่องที่บอกไว้ แล้วอย่าทำพลาด"เสือดำสั่งพลางตีหน้าเครียด ทำให้ไรองเด้งตัวขึ้นจากพื้นในทันที

บานประตูเปิดออก เสือดำอีกตัวในชุดผ้าไหมหรูอย่างดีก้าวเข้ามาในห้อง ไรองกุลีกุจอเข้าต้อนรับ แต่ยังไม่ลืมว่าจะต้องเว้นระยะห่างเอาไว้ ตามธรรมเนียมของขุนนาง ที่จะไม่ให้ผู้มียศต่ำกว่าตนเข้าใกล้ก่อนได้รับอนุญาต เสือดำตัวนั้นทิ้งตัวลงโซฟาแล้วรับแก้วทรงสูงที่รินไวน์แดงจากมือของผู้ติดตามที่รับมาจากไรองอีกทีจิบเล็กน้อย ก่อนกล่าวขึ้นเพื่อเปิดการสนทนา

"นึกไม่ถึงว่าท่านพี่จะชอบไวน์นี้นะ"

อาเรสเลือกจะเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบอะไรออกไป

"จะว่าไปพูดถึงไวน์แล้วก็ต้องพูดถึงท่านพ่อนะ ถึงกับสั่งให้บ้านเราสร้างสวนองุ่นและโรงบ่มไวน์"

"เข้าเรื่องเถอะ อาร์คซัส"อาเรสพูดแกมสั่ง

"ก็ได้ๆ ไม่ได้เจอกันตั้งนานยังไร้ไมตรีเช่นเคยนะ"อาร์คซัส เสือดำผู้น้องอาเรสหัวเราะเบาๆ "เรื่องโดยสรุปก็คือ ตอนนี้ท่านพ่อป่วยหนัก และอยากให้ท่านพี่ไปหา ประมาณว่าดูใจครั้งสุดท้าย"พูดพลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ แล้วพ่นควันก้อนใหญ่ออกมา

"ไม่ไป"

"เฮ๊ย!"อาร์คซัสตบโต๊ะดังลั่น ขวดและแก้วไวน์ลอยเหนือโต๊ะเล็กน้อยก่อนหล่นลงตำแหน่งเดิม "นี่เป็นคำขอครั้งสุดท้ายของท่านพ่อเชียวนะ ข้าถ่อมาตั้งไกล ไม่ได้มาเพื่อฟังคำว่า ไม่ หรอก"

"ข้าไม่จำเป็นต้องไป เสียเวลา"อาเรสพูดเรียบ "ดูใจงั้นหรอ ตลกละ...ตอนนั้นที่ข้า...ป่วยเกือบจะไม่รอด ไม่เห็นจะมีใครมาดูใจเลยนี่"เขาแอบหันไปมองไรองว่ามีปฏิกิริยาอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องที่เขาพูดไป แต่ก็ไม่ เธอยังคงยืนเฉยๆ ก้มหน้าแดงก่ำนั้นมองพื้น ดูจะหายใจติดขัด นักสู้หนุ่มมองสิ่งที่น่าจะเป็นตัวการ....บุหรี่ ในมือของอาร์คซัส

"หยุดสูบซะ"เขาสั่ง คู่สนทนาหัวเราะ "หยุด? หยุดทำไม? อย่าบอกนะว่าในบาร์สูบไม่ได้น่ะ หรือจะบอกว่าเจ้าไม่ชอบ ทั้งๆ ที่สูบเป็นว่าเล่น? หรือจะบอกว่าเกรงใจยัยคนนั้น?"พูดพลางบุ้ยใบ้หันไปทางไรอง อัดควันเข้าปอดแล้วพ่นไปส่งเธอตรงๆ แมวดาวไอค่อกแค่กๆ ก่อนล้มตัวลงนอนกับพื้น อาเรสถลันเข้าไปดูพลางนึกขึ้นได้ว่าตอนก่อนที่อาร์คซัสจะเข้ามาเธอตัวร้อนอยู่ บางทีอาจจะตากหิมะมาแล้วจึงไม่สบาย เสือดำรู้สึกโกรธตัวเองเล็กน้อยที่ไม่ทันฉุกคิดให้เร็วกว่านี้ก่อนจะจับเธอนั่งตรงมุมห้อง

"บาร์นี้มันอะไรกัน มีพวกบริการห่วยๆ แบบนี้ด้วยหรอ"อาร์คซัสลุกเดินไปหาไรอง ส่งสายตาเหยียดหยามใส่เสือน้อยที่นั่งหายใจหอบอยู่มุมห้อง "เฮ๊ หลับรึไงน่ะ ตื่นได้แล้ว!"

ซ่า!

ไวน์แดงในแก้วถูกสาดใส่ไรอง ทั้งชุด ผนัง และพรมแดงเปรอะเปื้อนด้วยไวน์ อาเรสลุกขึ้นกระชากคอเสื้อของอาร์คซัสชนผนังดังโครม ผู้ติดตามสองตัววิ่งเข้ามาดึงตัวเขาออก แต่ผิดพลาดที่เขาดันแรงเยอะกว่า

"อะไรกัันๆ"แม้กระนั้น อาร์คซัสก็ยังทำสนุก "เดี๋ยวนี้ท่านพี่ของข้ารู้จักเห็นอกเห็นใจใครด้วยหรอเนี่ย ผิดคาด"ไม่ว่าเปล่า เท้าถีบเข้าที่ท้องของอาเรส เซถลา อารค์ซัสเดินเข้าไปยืนข้างๆ ไรองที่นั่งอยู่ อาเรสจะวิ่งเข้าไปอีก แต่โดนหยุดไว้ด้วยแรงของผู้ติดตาม 4 ตัวที่วิ่งเข้ามาเสริม

"แค่ไวน์มันไม่ทำให้ตื่น สงสัยมันน้อยไป"แก้วไวน์ถูกฟาดลงบนหัวของนินจาน้อย ไรองล้มลงไปตามแรง ของเหลวสีแดงเลือดค่อยๆ ไหลออกเป็นทาง

"พอได้แล้วอาร์คซัส!!"

"มาบอกให้ข้าพอจะดีหรอท่านพี่ ข้ายังเลวได้ไม่ถึงครึ่งของท่านเลยนะ?" อาร์คซัสมองไรองที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างสมเพช "แค่ข้าทำเจ้าแมวสกปรกนี่เลือดไหลเองนะ จะไปเทียบชั้นอะไรกับท่านพี่ได้ ไหนจะวางแผนเพื่อให้เกิดสงครามกลางเมือง ฆ่าล้างหมู่บ้านบ้าง ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์แคว้นต่างๆ ก่อสงครามระหว่างทวีป ค้าทาส ผลิตยาเถื่อนทำให้ล้มตายกันนับไม่ถ้วน นี่ข้ายังจำได้ไม่หมดเลยนะเนี่ย"

"เก็บกวาดซะซิ เป็นบริกรไม่ใช่หรอ ไม่ทำหน้าที่ตัวเองเดี๋ยวจะให้เจ้าของร้านไล่ออกนะ"

"ขอ..โทษ ค่ะ"ไรองยันตัวลุกนั่งเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายก่อนหันมามองอาร์คซัส "แต่ข้าเชื่อว่า อาเรส ไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นค่ะ"

"ปากดีนัก!"เท้าหนักๆ เตะเข้าที่ท้องแมวดาวกระเด็นไปอีกฝั่ง "ไหน ท่านพี่ที่รัก ลองบอกมันซิว่าทำอะไรไว้มั่ง"

เจ้าบ้านี่ จะคอยรังควาญชีวิตข้าไปถึงไหนกัน...ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ไม่ว่าัยังไงก็ไม่อยากให้รู้แท้ๆ .....แต่ถึงยังไงเสีย ซักวันนางก็ต้องรู้ความจริง ก่อนจะต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ กว่านี้ เราควรจะบอกไป อาเรสคิด "ใช่...ข้าก็เลวอย่างที่มันว่านั่นละ แต่อย่างน้อยข้าก็เริ่มที่จะเปลี่ยนอะไรใหม่ๆ บ้างแล้ว ไม่เหมือนกับมันที่จมปลักอยู่กับเรื่องทรามๆ"

"น้ำหน้าอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาพูด!! แค่ข้ายอมพูดว่าแกเป็นพี่ก็ควรจะสำนึกบุญคุณได้แล้ว"อาร์คซัสผละจากไรอง ยกหมัดขึ้นจะต่อยหน้าอาเรส แต่แล้ว เถาวัลย์ก็ผุดโผล่ขึ้นมาจากพื้นพรม เถาเลื้อยสีเขียวแก่เลื้อยรัดพันตัวอาร์คซัสและบริวารที่ติดตาม หนามแหลมเล็กแทงตัวออกจากเถาเลื้อยเข้าร่างกายของพวกเขา ร่างกายของทั้ง 5 ชักกระตุกด้วยความทรมาน ก่อนถูกอาเรสสะบัดออกลงไปกลิ้งกับพื้น ตามตัวมีปานดำติดตัวอยู่มากมาย ปานเหล่านั้นส่งกลิ่นเหม็นเน่าเหม็นไปทั้งร้าน ไอจางๆ ลอยขึ้นเหนือปานเหล่านั้นที่กำลังกัดกร่อนเนื้อข้างเคียงไปอย่างช้าๆ ทั้ง 5 ตัวรีบวิ่งออกจากร้านอย่างไม่คิดชีวิต แขกที่เหลือที่นั่งอยู่ในร้านมองเป็นทางเดียวกัน คืออาเรสที่ยืนหน้านิ่งอยู่ในห้องสูทนั่นเอง

"นั่นมัน....รอยสักของพฤกษาพันปี..."แขกตัวหนึ่งอุทานเบาๆ

"มันคืออะไรวะ"อีกตัวหันมาถาม

"อ้าวไอ้โง่เอ้ย นั่นเป็นรอยสักของผู้รับความแค้นจากพระแม่ธรณี มันเป็นนักฆ่าอันดับต้นๆ ของทวีปโน้นเลยนะเฟ้ย"

จากนั้นก็มีเสียงซุบซิบอีกมากมาย แต่อาเรสไม่สนใจแล้ว เขาเดินกลับไปที่ห้องสูท ก้มลงมองไรองที่นอนสลบไม่รู้เรื่องที่พื้น สีหน้าไม่ได้ซีด แต่กลับแดง....ทำไมถึงแดง??

เขาหันไปมองไวน์ที่เหลืออยู่บนโต๊ะ ปริมาณก็น้อยลงตามที่รินให้อาร์คซัสดื่ม....อย่าบอกนะว่าแค่ได้กลิ่นก็เมา...?

"หนอยย ไอ้บ้า"ไรองละเมอ "ไรองจะเชื่อใจอาเรสไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เพราะไรองรักอาเรส อาเรสเป็นพี่ของไรอง รู้ไว้ด้วย ไอ้หน้าปลาซิว" อาเรสฟังไปด้วยขณะกลั้นหัวเราะ ยัยหนูเนี่ยนะจะมาเชื่อใจเขา? ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก อยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่ปี อะไรจะเชื่อใจกันขนาดนั้น....แต่แล้วใจลึกๆ ของเขาก็ยอมรับว่าตัวเองดีใจ...แม้เพียงเป็นแค่คำที่ละเมอออกมาเท่านั้น ดีใจ...ที่ไม่โดนรังเกียจ เหมือนกับครั้งคราวไหนๆ ที่ตนเคยพบ ตัวตนที่เคยถูกใครต่อใครปฏิเสธมาตลอด ในเวลานี้ก็ยังเหลือที่ๆ ให้อยู่ต่อไป...

ไรองรักอาเรส....

หึ....เสือดำยิ้ม เห็นทีจะต้องมองยัยหนูนี่ใหม่ซะแล้ว

อาเรสถอดเสื้อโค้ทหนาที่คลุมตัวออกห่มร่างเธอและช้อนตัวไรองขึ้นอย่างแผ่วเบา ทิ้งเงินไว้ที่โต๊ะ และเดินกลับไปยังห้องเช่าเงียบๆ....





เกิดอารมณ์อยากแต่งตอนที่ถูกดองไว้ 3 เดือน แต่มันก็ออกได้เน่าตามที่ได้อ่าน ฮาาา TT v TT


กะว่าตอนหน้าจะเป็นอดีตของอาเรสมั่งละ ไรองชักจะเด่นเกิน


//แพนด้า นอนสลบด้วยความง่วง ← หนังสือสอบล่ะ?? = [ ] =!!!

Page 113 of 113 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/