Last visit was: It is currently Mon Apr 06, 2020 12:13 pm


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 1123 posts ]  Go to page Previous  1 ... 107, 108, 109, 110, 111, 112, 113  Next
Author Message
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Sat Jun 19, 2010 10:53 am 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
กระดื้บบบบบบ

อยากอ่านฟิคแต่ไม่มีเวลาแต่ง :|

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Wed Jun 23, 2010 12:36 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Sep 29, 2009 2:03 pm
Posts: 1072
Quote:
บันทึกของหมึก 4
“....ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ตัวฉันถูกโยนเข้าหลังประตูบ้านนี้รอบแล้ว ไม่สิ... ครั้งนี้ไม่ใช่ประตูบานเก่า แต่ว่าเป็นประตูอีกบานของห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของฉัน... แต่มันจะเป็นยังไงกันล่ะ? ถ้าเข้ามาแล้วต้องเจออะไรแย่ๆเหมือนเดิมมันก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยไม่ใช่หรือไง?”

พอหมึกสาวเริ่มได้สติขึ้นมาเธอก็แสบตาขึ้นนิดๆ เนื่องจากไฟสีขาวจำนวนมากนั้นส่องมาใส่หน้าเธอตรงๆ พอเธอลองมาไปที่อื่นๆก็พบว่าเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้แบบในโรงพยาบาล ตัวเธอนั้นถูกมัดติดเอาไว้ทั้งมือ เท้า ลำตัว ที่อยู่รอบๆเตียงนั้นมีคนที่ใส่ชุดสีขาวแบบนักวิทยาศาสตร์หลายคนและทีมผ่าตัดกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์บางอย่างอยู่

“ห้องผ่าตัด?....” หมึกสาวคิดในใจพลางมองสำรวจห้อง ขณะเดียวกันตรงห้องที่อยู่ข้างๆซึ่งเป็นที่สำหรับดูการผ่าตัดก็ได้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาแล้วมายินรอภายในนั้น พอผู้ที่อยู่ห้องข้างๆหันมาทางนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในห้องก็ถือแผ่นกระดาษข้างๆขึ้นมาอ่านเสียงดัง

“รหัส 813 ชื่อเดิมนั้นไม่ทราบแน่ชัด คาดว่าน่าจะเป็นทหารของฝ่าย G.E. ที่ได้บุกไปทำลายแลปที่โดโลเนียเมื่อราวๆ2สัปดาห์ก่อน แต่ถูกจับกุมได้หลังจากทางเราไปพบว่าติดอยู่ใต้ซากแลปเก่าที่ถูกทำลาย”

“แล้วตัวยาที่นำมาทดลองวันนี้คือ” ผู้ที่อยู่อีกฝากของห้องถามขึ้น

“ยารหัส 4414 เป็นยากลายสภาพที่ได้ผสมกับยีนของหมึกกล้วย” ผู้ที่อยู่ภายในตอบ

“ดี งั้นเริ่มทำการทดลองได้”

“รับทราบ” หลังสิ้นคำสั่งบรรดานักวิทยาศาสตร์ก็มีคนเดินเข้ามาหาเธอในมือนั้นก็ถือเครื่องฉีดยาอันใหญ่ ขณะเดียวกันคนที่อยู่ตรงหัวเธอก็เอาฝาออกซิเจนมาครอบแล้วเริ่มรมยาสลบ ขณะที่เธอเริ่มรู้สึกว่าสติค่อยๆเลือนราง แต่ก่อนจะสลบไปเธอก็เห็นว่าที่แขนขวาเธอถูกเข็มอันใหญ่เสียบเอาไว้แล้วตัวยาสีเขียวในหลอดก็ค่อยๆไหลเข้าไปภายในเส้นเลือดของเธอ

“....อ้ากกกกกกกกกกกกกกก” เธอกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อร่างของเธอทั้งร่างมันทั้งปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งตัว และเธอก็รู้สึกว่าส่วนต่างๆในร่างกายของเธอมันเริ่มพองๆยุบๆเรื่อยๆเหมือนกับว่ามีอะไรอยู่ในตัวของเธอกำลังเลื้อยไปมาอยู่ข้างใน และมันช่างเจ็บปวดและทรมาณที่สุด

“รมยาสลบเธอซะ!” หนึ่งในทีมผ่าตัดนำที่ครอบปากมาปิดทีหน้าเธอแล้วยาสลบก็ถูกปล่อยเข้ามาซึ่งมันทำให้เธอเริ่มสติๆเลือนรางอีกครั้งโดยที่ความทรมานกลับไม่หายไปแต่อย่างใด

“อ้ากกกกกกกก!!!” เธอแหกปากร้องด้วยความเจ็บปวดเสียงดังลั่นอีกครั้งหลังจากได้สติ ซึ่งตอนนั้นเธอเห็นว่าแขนเธอบวมเบ่งขึ้นมาใหญ่มากแถมผิวหนังก็ค่อยๆฉีกออกมาเรื่อยๆ ซึ่งมันช่างเจ็บปวดเกินจะรับไหวจริงๆ

“เธอกำลังกลายพันธ์” นักวิทยาศาสตร์ที่ดูอยู่ห่างเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับสั่งบางอย่างกับคนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเธอไม่ได้ยินว่าเขาพูดว่าอะไรและแล้วเธอก็ถูกรมยาสลบไปอีกครั้ง

“....” หมึกสาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆอีกครั้ง คราวนี้นั้นเธอกำลังลอยอยู่ในแท่งแก้วขนาดใหญ่ซึ่งใส่น้ำใสสีฟ้าอ่อนจนเต็ม ที่หน้าเธอก็มีท่อออกซิเจนสอดอยู่ในปากเธอแล้วยาวขึ้นไปที่ด้านบนแท่งแก้ว

“ที่นี่มัน ที่ไหน?” เธอถามตัวเองก่อนจะพยายามมองผ่านออกไปข้างนอก

“หืม นี่เรอะผลงานที่เสร็จ” ชายรูปร่างอ้วนที่ยืนข้างนอกถามขึ้นในขณะที่กำลังยื่นหน้ามาดูใกล้ๆ

“ครับ นี่เป็นผลงานที่เกิดจากการฉีดสารกลายสภาพที่มีการผสมยีนของหมึกเข้าไปยังร่างมนุษย์ แม้ว่าขณะที่กำลังกลายพันธ์นั้นจะดูอันตรายและโอกาสล้มเหลวต่ำกว่าสัตว์ชนิดอื่น แต่มันก็สามารถผ่านมาได้ด้วยดีครับ”

“อืม แล้วคุณสามารถที่จะสร้างของแบบนี้ออกมาได้อีกหรือไม่?”

อยู่ๆภาพที่ฉันเห็นก็ตัดฉากไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งฉันไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน มันเป็นทางเดินลาดลงที่ทอดยาวลงไปข้างล่างเรื่อยๆ ตัวฉันที่ลอยอยู่ในหลอดสีฟ้าก็ทำอะไรไม่ค่อยได้เลยนอกจากเหลือบไปดูรอบข้างนิดๆหน่อยๆ รอบๆรถที่แบกหลอดแก้วที่ฉันอยู่ข้างในก็มีพวกมนุษย์ที่สวมเสื้อคลุมสีขาวหลายคนต่างก็เดินไปจดอะไรก็ไม่รู้ไปเรื่อยๆ

แต่แล้ว อยู่ๆภาพมันก็เริ่มตัดสลับกันไปมาจนเริ่มมั่วไปเรื่อยๆ มันทำให้ฉันสับสนมาก เพราะเรียงลำดับแทบไม่ถูกว่าอะไรเป็นเรื่องที่เกิดมาก่อนหรือว่าเพิ่งเกิดทีหลัง และเท่าที่พอจะจับใจความเรื่องบางเรื่องได้นั้น ฉันก็ไม่รู้ว่าตกลงนี่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากใครกันแน่ เพราะเท่าที่ลองนึกดูแล้วมันไม่น่าจะเป็นเรื่องของคนๆเดียวกันเลย

จากนี้ไป... คือสิ่งที่ฉันพอจำได้

ครืน... ตัวฉันซึ่งกำลังนั่งอยู่ในรถคันหนึ่งซึ่งเธอรู้แค่ว่าเป็นรถแต่ไม่รู้ว่าเป็นรถอะไร ที่นั่งนั้นเป็นแบบหันหน้าเข้าด้านใน ไม่มีหน้าต่าง ถัดจากเบาะนั่งก็เป็นที่วางปืนกลซึ่งเป็นปืนที่เธอไม่ค่อยคุ้นตานัก ระหว่างที่นั่งรออยู่นั้นก็มีกลุ่มคนเดินขึ้นรถมา พวกนั้นเป็นมนุษย์ที่ใส่เสื้อและกางเกงสีน้ำตาลดำ เป็นผู้ชาย5คน ผู้หญิงอีก 1คน แต่ละคนพอขึ้นรถก็นั่งลงประจำที่ไปทุกคน ยกเว้นชายคนหนึ่งซึ่งเดินตรงเข้าไปยังที่นั่งของคนขับรถ

“ไหวหรือเปล่า?” ชายคนที่นั่งตรงข้ามฉันถามขึ้น

“ก็พอไหว” ตัวฉันตอบกลับแม้ว่าจะไม่ได้คิดจะพูด

“จริงๆเธอไม่ต้องมาก็ได้นี่นา ทั้งที่เพิ่งจะกลับมาจากภารกิจที่ดาวอังคารแท้ๆ น่าจะพักผ่อนหน่อยนะ”

“ฉันยังไหวน่า ไม่ต้องมาห่วงหรอก อีกอย่างนายควรจะห่วงภารกิจมากกว่าที่จะมาห่วงคนรอบข้างมากว่านะ” ตัวฉันบอกกับเขาไป

“เอาล่ะเลิกเถียงกันก่อน” ผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าสั่งขึ้นมาพร้อมกับกดปุ่มที่อยู่ในแผงบนเพดานรถ สักพักก็มีจอภาพฉายลงมา

“ภารกิจของเราตอนนี้คือ ต้องบุกเข้าไปยังแลปทดลองของฝ่าย Neo U.M. เพื่อทำลายทุกสิ่งในนั้นให้หมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการทดลอง สิ่งที่พวกมันทดลอง และตัวนักวิทยาศาสตร์ที่นั่น”

“แล้ว พวกนั้นกำลังทดลองอะไรอยู่ครับ?” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มถาม

ตัดฉาก
“บ้าเอ้ย พวกนี้มันอะไรกันฟะ!?” เพื่อนของฉันคนหนึ่งตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นหลอดทดลองขนาดใหญ่ซึ่งใส่ร่างของสิ่งมีชีวิตต่างๆที่ร่างกายผิดแปลกไปจากเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นร่างของมนุษย์ที่แขนกลายเป็นก้ามปู สุนัขที่มีแต่หัวและขาเหมือนแมงมุม และอีกสารพัดอย่างที่ถ้าได้มาเห็นรับรองว่าอ้วกกันเป็นแถว

ตัดฉาก
“ทำการปล่อยร่างทดลองลงสู่น้ำ!” เสียงประกาศดังก้องขึ้น ทันใดนั้นร่างของเธอก็ร่วงลงจากหลอดลงไปยังสระน้ำข้างล่าง

ซูม!! เธอค่อยๆร่วงลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งลงมาถึงก้นสระซึ่งลึกประมาณ 7 เมตรได้ เธอก้มลงมามือแขนของเธอซึ่งบัดนี้นั้นกลายเป็นหนวดของหมึกไปแล้ว

“ร่างทดลองยังมีชีวิต” เสียงพูดดังก้องขึ้นมาจากห้องกระจกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับสระ

“ปล่อยไว้ก่อน รอดู...”

ตัดฉาก
คราวนี้ฉันกลับมาอยู่ในหลอดทดลองอีกครั้ง และก็ยังคงอยู่ภายในห้องที่ถูกจับมาอยู่ในหลอดครั้งแรก ที่ข้างนอกหลอดนั้นก็มีมนุษย์ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ 3 คนกำลังนั่งคุยกันอยู่โดยไม่รู้ว่าฉันลืมตาขึ้นมา แต่ถึงฉันจะลืมตามาก็ทำได้แค่ลอยตัวอยู่ในน้ำแล้วฟังพวกนี้บ่นอะไรก็ไม่รู้ไป

“บอกตามตรงนะ ฉันอยากจะย้ายออกโลกแล้วไปอยู่ที่โคโรนีของ C.F. สุดๆเลยนะตอนนี้” ชายคนหนึ่งในกลุ่มว่าขึ้น

“ทำไมล่ะ?” เพื่อนที่นั่งใกล้ๆกันถามเขา

“ก็จะได้ไม่ต้องอยู่ร่วมกับพวกประเทศบ้าอำนาจทั้งหลายที่กำลังทำสงครามกันอยู่ในโลกตอนนี้น่ะสิ” เขาตอบกลับพลางซดกาแฟไป

“ช่วยไม่ได้นี่นา ก็เราดันมารับข้อเสนอทำวิจัยที่นี่แล้วนี่”

“ใช่ อีกอย่างหนึ่งเราจะออกไปทั้งๆที่ยังทดลองไม่เสร็จแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”

ตัดฉาก….

ยังมีต่ออีกนะ ยังไม่จบ - -"

ยอมรับว่ามั่วได้ใจมากๆ

_________________
ImageImage
http://writer.dek-d.com/destiny11/story ... ?id=526190 <<< นิยายที่ชาติหนึ่งจะแต่งที


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Wed Jun 23, 2010 12:10 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Aug 25, 2009 1:44 pm
Posts: 1821
Location: ~•:นั่งมองไปข้างหน้ากับหมาน้อยสีขาว:•~
เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปโปรดติดตามชม......

_________________
Image
"คราที่เราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว จักรู้ค่าของสิ่งนั้นเมื่อยามจากไป"


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Wed Jun 23, 2010 8:06 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sat Oct 24, 2009 6:39 pm
Posts: 1323
ใกล้เปิดแล้ว อวยพรให้ชาวBSTทุกท่านได้เล่นด้วยกันน้างับ

เจอในเกมทะกกันได้ครับผม

_________________
Image
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Fri Jun 25, 2010 11:23 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
ขุดหน่อยๆ เกือบจะหล่นไปหน้าสามแล้ว

Quote:
"อืม..." เสียงใสดังขึ้นจากร่างครึ่งมังกรหนุ่ม ดวงตาสีมรกตเปิดขึ้นช้าๆรับภาพเบื้องหน้า "เช้าแล้วเหรอนี่?"

'...เสียงกระดิ่งที่ได้ยินนั่นมัน... สงสัยคิดไปเองล่ะมั้ง...'

ร่างสีขาวครุ่นคิดได้ไม่นาน ร่างของน้องชายต่างสายเลือดที่นอนอยู่ข้างๆก็ค่อยๆตื่นขึ้น นัยน์ตาสีเหลืองทองหันมองไปรอบด้านอย่างสงสัยก่อนจะฉายแววยินดีเมื่อหันมาเจอพี่ชายของตนนั่งยิ้มอยู่ข้างๆ

"พี่อาร์ท!! พี่ไม่เป็นไรแล้วนะครับ มีตรงไหนผิดปกติอยู่รึเปล่า!!?" เสียงตะโกนของหมาป่าดำดังขึ้นในระยะประชิดจนผู้ที่ถูกถามต้องถอยห่างทันที

"ใจเย็นๆก่อน ราร์ล อยู่กันแค่นี้เอง ไม่ต้องตะโกนขนาดนั้นก็ได้" มังกรขาวยกมือขึ้นนวดศีรษะตนเอง ดูท่าว่าเสียงตะโกนเมื่อกี๊คงทำให้เขามึนได้ไม่มากก็น้อย "พี่ไม่เป็นไรแล้วล่ะนะ จะมาเป็นก็เพราะเสียงตะโกนของนายนั่นแหละ"

"อ๊ะ! ขอโทษทีครับพี่ พอดีลืมตัวไปหน่อย" ราร์ลฉีกยิ้มแหยๆออกมา ก่อนจะเบนสายตาไปยังวิหคหนุ่มที่ยังคงนอนหลับอยู่อย่างไม่สะทกสะท้านต่อเสียงลั่นป่าเมื่อกี๊เลยแม้แต่น้อย

"แล้วจะเอายังไงกับพี่ฟินซ์ดีล่ะครับเนี่ย ไหงหลับเป็นตายแบบนี้ก็ไม่รู้"

"คงใช้พลังเวทย์มากไปล่ะมั้ง เอาเป็นว่าแบกกลับหอคอยไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวเราต้องไปช่วยมิจจี้ทำพิธีปลดผนึกให้กลาเซียสอีก" อาร์ทพูดขึ้นพร้อมทั้งยกร่างวิหคขาวขึ้นพาดบ่า นัยน์ตามรกตชำเลืองมองน้องชายของตนเล็กน้อย "ว่าแต่นายคงไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ย คงไม่ฟุบระหว่างทำพิธีหรอกนะ"

"ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรแล้วล่ะครับ" หมาป่าหนุ่มตอบยิ้มๆ หากแต่ในใจกลับนึกกังวลถึงอาการที่ผิดปกติของตนเองเมื่อคืน

'...หลังจากที่เห็นพี่อาร์ทสลบไป... ทำไมเราถึงจำอะไรไม่ได้เลยนะ... รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นพี่อาร์ทนั่งอยู่ข้างๆแล้ว... หรือจะเกี่ยวกับอาการแปลกๆเมื่อคืนกันแน่... อย่าเพิ่งบอกพี่อาร์ทดีกว่า... เดี๋ยวอีกฝ่ายจะเป็นกังวลเอาซะเปล่าๆ...'

"งั้นก็กลับหอคอยกันเถอะ ป่านนี้มิจจี้คงเตรียมการอะไรเสร็จแล้วล่ะนะ"

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Fri Jun 25, 2010 11:51 pm 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
เย้ๆ มีคนลงฟิคแล้ววว >___<

เดียวพรุ่งนี้ลงมั่งดีกว่า :mrgreen:

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Mon Jun 28, 2010 12:36 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Sep 29, 2009 2:03 pm
Posts: 1072
หลายๆคนอาจจะคิดว่า ไอ้บ้านี่แต่งอะไรของมันอยู่ฟะ? คำตอบนั้นง่ายนิดเดียว ไม่รู้เหมือนกัน เผาอะไรได้ก็เผามันแค่นั้นแหละ- -"
Quote:
บันทึกของหมึก 5
การตัดสลับไปมาของภาพในหัวยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด...
ตัดฉาก

ตอนนี้ภาพที่เห็นก็คือภาพของพวกหน่วยทหารที่นั่งรถมากับตัวฉันกำลังวิ่งอยู่ในทางเดินใต้ดินแห่งหนึ่งซึ่งฉันไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน ทางเดินค่อยข้างจะมืด เพราะไฟตามทางนั้นมีแค่ไฟหลอดเล็กๆอยู่เป็นระยะๆเท่านั้น ระหว่างที่วิ่งกันมาจนถึงทางแยก 4 ทาง ชายที่นำกลุ่มก็หันมาสั่งว่า

“รหัส 442 664 553 ไปที่เขตห้องทดลอง 1-9 รหัส 775 997 ไปที่ห้องทดลองอาวุธ ส่วน 331 กับฉันจะไปที่ห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย เอาล่ะทุกคน ไปได้” เขาสั่งพร้อมกับที่ทุกคนต่างก็เดินแยกกันไปเป็นกลุ่มตามที่สั่ง

“กลุ่มของหัวหน้านั้นเดินตรงไปข้างหน้า ส่วนอีกกลุ่มนั้นไปทางซ้าย กลุ่มของฉันมาทางขวา ทางที่มานั้นไม่มีบอกว่าไปที่ไหน แต่ถ้าไปถึงที่หมายก็คงจะรู้เองล่ะ” ตัวฉันคิดแบบนี้

ตัดฉาก
อยู่ๆเธอก็พบว่ากำลังนอนอยู่ในซอกหินแห่งหนึ่ง เธอมองลอดออกไปตามรูต่างๆอย่างงุนงงก่อนจะค่อยๆมุดออกจากซอกกหินนั้น ตอนนี้เธอกำลังอยู่ใต้ผืนน้ำที่สูงเหนือหัวไป 9 เมตร บนผืนน้ำนอกจากจะค่อยข้างมือแล้วเธอยังเห็นมีแสงสีส้มสว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะๆ

“อะไรน่ะ?” เธอถามเบาๆก่อนจะค่อยๆว่ายขึ้นไปเพื่อจะดูมันมันคืออะไร แต่อยู่ๆ

ตัดฉาก
คราวนี้เธอกลับมาลอยอยู่ในหลอดแก้วอีกครั้ง แล้วตอนนั้นก็ยังมีชายร่างอ้วนมายืนมองอยู่ๆข้างหลอด

“คือว่า แทนที่เราจะเรียกว่าเป็นยา เรียกว่าไวรัสน่าจะเหมาะกว่านะครับ” ชายที่เป็นนักวิทยาศาสตร์บอกแก่ชายร่างอ้วน

“หา เมื่อกี้ว่าไงนะ?” เขาเหลียวไปหาอย่างไม่สบอารมณ์

“คือ ว่าสารตัวนั้นน่ะ....”

ตัดฉาก
อยู่ๆความทรงจำเธอก็สับเปลี่ยนมาอีกอันหนึ่งซึ่งเป็นตอนที่เธอยังคงอยู่ในหลอดแก้ว แต่ภายในห้องไม่มีคนอยู่
“บ้าเอ้ย ทำไมถึงได้มาสับเปลี่ยนผิดเวลาอย่างนี้นะ!” หมึกสาวตะโกนด่าในใจเสียงดังลั่นแล้วก็อยากจะหัวโขกพื้นสุดๆในตอนนี้

ตัดฉาก
“ถ้ามันแพร่กระจายออกไปละก็ มันจะเกิดผลเสียอะไรตามมาก็ไม่รู้นะครับท่าน” ฃ

ตัดฉาก
คราวนี้เธอกลับมาอยู่ในหลอดที่ข้างนอกกับลั่งมีนักวิทยาศาสตร์ 3 คนกำลังนั่งบ่นกันอยู่

“ฉันบอกไอ้หมูอ้วนนั่นไปแล้วมันก็ไม่ฟัง น่ารำคาญชะมัดยาดเลย” ชายที่เป็นคนพูดกับชายร่างอ้วนเมื่อครู่บ่นเสียงดังพลางซดกาแฟไป

“ทำใจเถอะ พวกนั้นมันห่วงเงินมากว่าผลเสียมากกว่า มันก็คิดได้แค่นี้แหละว่ะไอ้พวกคนใหญ่คนโตแต่สมองอนุบาล” เพื่อนอีกคนเสริม

“อืม แล้วคิดดูนะ ถ้าเกิดมันแพร่กระจายออกไปจะเป็นยังไง หายนะมาเยือนเลย ถึงตัวยา ไม่สิ ถึงจะได้รับไวรัสไปแค่นิดเดียว ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการกลายพันธุ์ได้เลย”

“แล้ว อย่างถ้าโดนไวรัสนั่นไปประมาณหยดหนึ่งแบบนี้ล่ะ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะกลายพันธ์ได้อย่างสมบูรณ์เรอะ?” เพื่ออีกคนที่นั่งบนโต๊ะถามเขา

“ไม่รู้เหมือนกัน ขนาดร่างก่อนๆที่ผ่านมา” เขาว่าพร้อมกับชี้ไปยังหลอดต่างๆรอบห้อง

“เราใช้ไวรัสจำนวนมหาศาลฉีดให้เป็นระยะๆ เพื่อเร่งให้การกลายพันธุ์เร็วขึ้นยังต้องใช้เวลาตั้งเกือบปีกว่าจะกลายพันธุ์ได้สมบูรณ์แบบเลย”

“โห แล้วแบบนี้ไอ้หยดเดียวนี้ต้องกินเวลาเท่าไหร่กันเนี่ย?”

“ไม่รู้เหมือนกันนะ อาจจะร้อยปี พันปี หรืออย่างช้าที่สุดก็เป็นหมื่นๆปีโน้นแหละ” เขาตอบ

“โอ๊ย ป่านนั้นร่างทดลองก็ตายไปหมดแล้วไม่ต้องมากลายพันธุ์แล้ว!”

“ไม่ ไอ้ไวรัสนี่น่ะมันสามารถส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปเรื่อยๆได้นะ”

“เฮ้ย” เพื่อนที่นั่งบนโต๊ะหยุดหัวเราะแล้วเริ่มตั้งใจฟัง

“เรื่องจริงนะ มันเหมือนกับเป็นโรคติดต่อจากแม่สู่ลูกแบบนี้ไงล่ะ แล้วก็ถ้าเกิดรุ่นแม่กลายพันธุ์ไปถึงไหน รุ่นลูกที่เกิดมาก็จะกลายพันธุ์ไปขึ้นขั้นนั้น หลังจากนั้นก็จะกลายพันธุ์สืบทอดไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงรุ่นที่เป็นรุ่นสมบูรณ์ เข้าใจหรือยังล่ะ?”

“เออเข้าใจ ถ้าจะพูดง่ายๆมันก็คือการวิวัฒนาการใช่มั้ยล่ะ?”

“ก็ทำนองนั้น แต่นี่มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาตินะ เรียกว่ากลายพันธุ์เพราะไวรัสจะดีกว่า...”

ตัดฉาก
ตอนนี้ความทรงจำนั้นกลับมายังทางเดินใต้ดินที่มืดจนแทบมองไม่เห็นทาง ตัวเธอนั้นกำลังเล็งปืนมองไปทางที่เพิ่มเดินมา ส่วนเพื่อนอีกสองก็ยืนหลบอยู่ข้างประตูโดยเพื่อนที่หลบทางซ้ายนั้นก็กำลังกดรหัสผ่านอยู่

“ได้ล่ะ” เขาพูดก่อนจะยกปืนขึ้นพร้อมกับชูมือให้สัญญาณ

ครืด! พอบานประตูเลื่อนเปิดออกเพื่อนทั้งสองก็เดินนำเข้าไปยังภายในห้องที่มืดทึบ แสงก็มีแค่แสงไฟจากไฟฉายของทั้งสามเท่านั้น

“ให้ตายสิ จะประหยัดไฟอะไรนักหนานะ” เพื่อนคนหนึ่งบ่นขึ้นขณะกำลังส่องไฟไปดูรอบๆ

“ก็จะได้ให้พวกเรามองไม่เห็นไอ้ตัวน่าขยะแขยงแบบในหลอดพวกนี้ไงล่ะ” เพื่อนอีกคนตอบพลางกวักมือเรียกให้มาดูบางสิ่งในหลอดแก้วที่เขาดูอยู่ มันเป็นก้อนอะไรบางอย่างคล้ายๆตัวเม่นสีแดงกำลังยุบๆพองๆอยู่

“นี่มันบ้าอะไรฟะ?” เขาว่าพลางเดิมไปดูใกล้ๆบ้าง

“แต่ฉันว่า” อยู่ๆตัวเธอก็พูดขึ้นมา

“ไอ้นั่นยังไม่เท่ากับทางนั้นหรอก” เพื่อนชายทั้งสองคนหันไปหาเธอแล้วมองไปตรงที่เธอส่องไฟฉายไป

ตัดฉาก
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” อยู่ๆเธอก็มาวิ่งอยู่ในทางเดินแห่งหนึ่งแทน ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ากำลังหนีอะไรอยู่ แต่แล้วอยู่ๆ

ตัดฉาก
คราวนี้เธอกลับมาอยู่ในห้องของนักวิทยาศาสตร์ 3 คนเหมือนเดิม ซึ่งทั้งสามก็ยังไม่รู้สึกตัวกันเลยว่าเธอมองพวกเขาอยู่

“จะบอกให้นะ ที่ห้องแลปในกอรด้อนน่ะลองวิจัยเรื่องการขยายพันธุ์ไปแล้วล่ะ” ชายคนแรกพูดขึ้นมา

“เฮ้ย แล้วเป็นไงบ้าง?” เพื่อนของเขาถาม

“ไอ้เจ้าพวกนี้น่ะ มันสามารถขยายพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ได้โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน”

“เฮ้ย เรื่องง่ะ?”

“ใช่ ฉันเองตอนแรกก็แทบไม่อยากเชื่อเท่าไหร่นักหรอก แต่พอเค้าลองเอาข้อมูลยืนยันผลมาให้ดูเท่านั้นแหละ ฉันแทบจะลมใส่เลยล่ะ”

“แล้ว มันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ?”

ตัดฉาก

“โธ่โว้ย ทำไมต้องมาตัดสลับเอาตอนสำคัญแบบนี้ยะ!!” เธอโวยวายในใจ

ตัดฉาก
ครืน! อยู่ๆรอบก็เกิดการสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงจนของภายในห้องจะล้มระเนระนาทไปหมดเหมือนกับผู้ที่อยู่ในห้องทั้งสาม

“นี่มันบ้าอะไรน่ะ?” คนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น แล้วอยู่ๆไฟสัญญาณสีแดงก็ส่องออกมาพร้อมเสียงประกาศว่า

“สถานการณ์ฉุนเฉิน สถานการณ์ฉุนเฉิน เราถูกกองทัพไม่ทราบสังกัดเข้าโจมตี เราถูกกองทัพไม่ทราบสังกัดเข้าโจมตี ขอให้ทำการอพยพไปยังทางหนีโดยด่วน!”

“เวรเอ้ย แล้วงานทดลองของฉันล่ะ!” ชายในกลุ่มคนหนึ่งเอะอะเสียงดัง

“รีบส่งร่างทดลองไปที่ลิฟต์ฉุกเฉินเร็วเข้า” ชายคนหนึ่งรีบบอกกับเพื่อนแล้ววิ่งไปที่แผงปุ่มกดที่อยู่หน้าโต๊ะทำงานโดยเพื่อนของเขาก็รีบตามไปช่วยหลังจากนั้นไม่นาน

ครืด อยู่ๆที่หลอดแก้วอันอื่นที่อยู่ข้างๆและอันที่อยู่ด้านตรงข้ามเธอก็ค่อยเลื่อนลงไปทีละอัน แต่ขณะที่หลอดของเธอกำลังจะลงไปนั้นอยู่ๆก็เกิดการสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มันทำให้หลอดที่เธออยู่ข้างในหลุดลงมากระแทกใส่พื้นข้างล่างจนแตกน้ำภายในทะลักออกไปทั่วพื้น ร่างของเธอก็นอนแน่นิ่งอยู่กลางเศษกระจก

“บ้าเอ้ย ร่างเบอร์ 813!” ชายคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาหาเธอแล้วทำท่ากระวนกระวายเพราะไม่รู้จะทำยังไงต่อดี แต่อยู่ๆบนพื้นเพดานก็มีเสียงดังสนั่นขึ้นมา

ตึง!! หลังจากดังไปแล้วอยู่ๆก็เงียบไป นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามต่างก็มองขึ้นไปแล้วคนหนึ่งในกลุ่มก็ถามขึ้นว่า

“เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นข้างบนน่ะ?”

ตึง! อยู่ก็มีเสียงดังพร้อมกับแรงสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง

ตึง! ครืน! “เหวอ!!” เพดานที่อยู่บนของนักวิทยาศาสตร์ที่มาอยู่ใกล้เธอ จู่ๆก็ถล่มลงมาแล้วมีอะไรบางอยู่ร่วงลงมาทับใส่ชายคนนั้นด้วย

“นั่นมันขาหุ่นยนต์!”

วืด! ขาขนาดใหญ่นั้นค่อยๆเลือนกลับขึ้นไปทิ้งให้กองเศษปูนทับร่างไร้วิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายไว้

“ฮัท! ไม่จริง!” เพื่อนของเขาทั้งสองรีบวิ่งเข้ามาหาเขาโดยที่ยังไม่รู้ว่ายังมีคนกำลังมองดูพวกเขาอยู่

ตัดฉาก

_________________
ImageImage
http://writer.dek-d.com/destiny11/story ... ?id=526190 <<< นิยายที่ชาติหนึ่งจะแต่งที


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Tue Jul 06, 2010 9:31 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Aug 25, 2009 1:44 pm
Posts: 1821
Location: ~•:นั่งมองไปข้างหน้ากับหมาน้อยสีขาว:•~
Quote:
ก๊อก ก๊อก ก๊อก......

“เข้ามา...” เสียงของอินทรีขาวที่ได้ยินเสียงเคาะประตู กล่าวเชิญผู้ที่อยู่หลังบานประตูห้องพักของผู้เข้าแข่งขัน BST ให้เข้ามาในห้อง

“มีจดหมายมาถึงคุณฟูจิวาระ มิซึรุครับ” เสียงของพิราบขาวแต่งชุดสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นบุรุษไปรษณีย์ประจำเมืองนี้ ได้ยื่นจดหมายที่มีผู้จ่าหน้าถึงมิซึรุเอาไว้มาส่งให้

“ขอบคุณมากครับ”

“อ้อ ไม่เป็นไรหรอกครับมันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ขอให้โชคดีนะครับ” ก่อนที่บุรุษไปรษณีย์คนนั้นจะเดินออกไป

“เช่นเดียวกันนะครับ”

แล้วภายหลังจากที่ได้รับจดหมายและลาบุรุษไปรษณีย์แล้ว ก็หันกลับมาสนใจกับจดหมายของตัวเองที่ได้รับมา

“ส่งมาจากใครกันเนี่ย?” พลางพลิกด้านหลังของจดหมายเพื่อหาชื่อคนส่งมา.....

ทันทีที่ได้เห็นชื่อบนจดหมายนั้นแล้ว สีหน้าของมิซึรุซีดลงไปแว้บหนึ่ง ก่อนที่จะเปิดจดหมายเพื่ออ่านถึงข้อความที่อยู่ในนั้น


“ถึง ฟูจิวาระ มิซึรุ

ว่าไงเพื่อน!!! สบายดีไหม!!!! ตอนนี้ฉันสบายดีมากๆเลย หลังจากที่แอบหนีออกมาท่องเที่ยวตั้งหลายเดือนแล้ว อ่าว! คิดว่าฉันอะไรบ้าๆอยู่ใช่ไหม มิจจัง อ่ะแน่นอน! ไม่ทำเรื่องบ้าๆก็เสียชื่อของ ราซ ตัวยุ่งแห่งแฟนธ่อมเลียร์กันหมดน่ะซี้ จริงม้าย!!!! 555555+

อ่ะ เข้าเรื่องดีกว่า ฝอยมาตั้งนานล่ะ นายคงคิดว่าตอนนี้ฉันกำลังออกไปไหนมาไหนอย่างไร้จุดหมายอยู่บ่ะซินะ ใช่ไหม! ผิด! ฉันกำลังจะไปหานายอยู่พอดีเลย เห็นว่านายได้เข้าร่วมแข่ง BST ด้วยนิ เยี่ยมสุดๆไปเลย ฉันล่ะอิจฉานายจริงๆที่ได้เข้าแข่งในงานนี้ด้วย แต่ฉันนี้สิต้องโดนคนไล่กลับไปทำโน้นทำนี้ น่าเบื่อที่สุด ฉันชอบอิสระน่ะ เข้าใจไหม ใครจะหยุดฉันได้ล่ะ 5555+

ปล. ตอนนี้ฉันอยู่ที่เมืองแห่งแสงแล้วนะ อีกไม่นานก็จะไปหานายแล้วละ รอฉันเอาไว้ก่อนเถอะ555+

จาก ตัวยุ่ง ราซ”


หลังจากที่ได้อ่านข้อความในจดหมายแล้ว มิซึรุก็ทิ้งตัวลงบนเตียงพร้อมกับเอามือก่ายหมายผากเอาไว้ก่อนที่จะบ่นออกมา

“เจ้าอาร์ท เจ้าราร์ล แถมเจ้าฟินซ์อีก แค่นี้หอคอยก็แทบอยู่ไม่สงบสุขทุกวันอยู่แล้ว แล้วนี้เจ้าราซก็ยังจะมาที่นี้อยู่อีก สงสัยงานนี้หอคอยได้แตกกันแน่ๆ” ก่อนที่จะคิดอะไรไปได้ไกลกว่านั้น ก็ได้ยินเสียงเอะอะข้างล่างของหอคอย แล้วยันตัวลงขึ้นมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่อินทรีขาวของเราจะมีสีหน้าที่ตะลึงแบบสุดขีด

เพราะเบื้องล่างของหอคอยนั้นมีหมาป่าสีน้ำเงินตัวหนึ่งวิ่งนำมาพร้อมกับไปหน้าที่คอยแลบลิ้นเยาะเย้ยกับกลุ่มคนที่วิ่งไล่ตามหลังนับร้อยคน แถมแต่ละคนนั้นถืออาวุธครบมือพร้อมด้วยกับสีหน้าที่โกรธจัดสุดๆ

“หยุดเดียวนี้เลยนะแก!!!!! มาให้ฟันซักเฉาะสองเฉาะซะดีๆ แล้วจะยกโทษให้!!!!”

“ใครจะหยุดกันเล่า!!! ไอ้หัวปลาหมึกเอ้ย!!!!” พลางหันกลับไปทำหน้าตาปากจู๋ล้อเลียนเป็นปลาหมึกไส่คนที่อยู่ด้านหน้าสุด

ผู้ที่อยู่บนหอคอยและเห็นเหตุการณ์นี้ก็ถอนหายใจให้กับเหตุการณ์แบบนี้ ก่อนที่จะร่ายเวทลมเพื่อพาร่างสีขาวนั้นลงไป

“จนมุมซะทีนะ ไอ้ตัวแสบ มาให้ฟันซะดีๆเถอะ”

“อ่า แหะ แหะ คุยกันดีๆก็ได้นะพี่ชายสุดหล่อหัวปลาหมึก”

“- -* คำก็ปลาหมึก สองคำก็ปลาหมึก หัวโล้นแล้วมานผิดตรงไหน!!!! ตายซร้า!!!!!!” หัวหน้าของกลุ่มนั้นพุ่งเข้างื้อดาบใส่หมาป่าสีน้ำเงินที่หลังชนกำแพงซะแล้ว แม้จะดัดสีหน้าให้เหมือนกับจนอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่มุมปากนั้นยกขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมๆกับอากาศรอบๆตัวกำลังหลอมรวมกันอยู่ แต่ทว่า....

ปึก!

“เฮ้ย!!! อะไรฟ่ะเนี่ย ไหงมีต้นไม้งอกออกมาขวางทางซะงั้น เกิดอะไรขึ้น!!!” ด้วยสีหน้าที่งุนงง แต่หลังจากนั้นก็เกิดรากไม้จำนวนมหาศาลพุ่งขึ้นมาพื้นดิน โอบรัดยกร่างกลุ่มคนที่ไล่ตามหลังหมาป่าน้ำเงินนั้นให้ลอยสูงขึ้นจากพื้น

ร่างที่ห้อยต่องแต่งทั้งหลายดิ้นขยับไปมาราวกับจะพยายามหนีจากพันธนาการรากไม้นั้นให้ได้ แต่พยายามยังไงก็หนีไม่พ้นซักที กระทั้งร่างสีขาวค่อยๆร่อนลงมาเพื่อเช็คสถานการณ์ที่เกิดขึ้น....

“ยังเหมือนเดิมเลยนะราซ” อินทรีขาวเบื้องหน้าทำหน้าหน่ายๆกับคนที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งตอนนี้ทำหน้าตายิ้มรับราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มิจจัง!!! คิดถึงจังเลย!!!” ก่อนที่ราซจะโดดเข้ากอดมิซึรุนั้น ก็เกิดรากไม้อีกต้นรัดตัวราซขึ้นไปห้อยหัวอีกรายหนึ่ง

“อย่าเลยราซ รู้สึกยังไงพิกลถ้านายเข้ามากอดข้าเนี่ย” ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นตกตะลึงเมื่อร่างที่ห้อยต่องแต่งนั้นแตกกระจายร่วงลงมาเหลือเป็นเพียงแค่เศษกระจกระยิบระยับ

แล้วก็มีมือเข้ามาโอบไหล่ของมิซึรุ เมื่อหันกลับไปก็พบกับหมาป่าสีน้ำเงินเจ้าเดิมที่ทำหน้าเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ใจร้ายร้ายจริงน้า นายเนี่ยแค่จะกอดให้หายคิดถึงนั้นเอง”

“ให้นายกอดนี้ ไปกอดกับเจ้าตัวป่วนแห่งหอคอยนี้ยังจะดีกว่าซะอีก แต่ยังไงก็ขอต้อนรับสู่หอคอยนิรันดร์ละกัน ราซเซอร์ เดอร์ แฟนธ่อมเลียร์” แล้วยื่นมือออกมาจับ

“เช่นกัน ฟูจิวาระ มิซึรุ” แล้วยื่นมือมาจับกัน

“แล้วไอ้เจ้าพวกนี้จะทำยังไงล่ะมิจจัง”

“ก็ คงต้องส่งไปไกลๆหน่อยละกัน ว่าแต่นายนี้ไปทำอะไรมาไอ้พวกนี้ถึงตามนายเป็นพรวนเลยเนี่ย?”

“ก็แค่ไปกระทื้บหัวหน้าแก๊งของพวกมันเท่านั้นเอง ไม่เห็นจะต้องโกรธขนาดนี้เลย ใช่ป่ะมิจจัง” ด้วยสีหน้ายิ้มๆที่กวนต่อมกระตุก ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าทำหน้าหน่ายๆกับเจ้าตัวที่กำลังยิ้มอยู่ก่อนที่จะสั่งให้รากไม้นั้นแปรสภาพเป็นดอกไม้สีเหลือง แล้วปล่อยเกสรออกมา

“กลั้นหายใจกันหน่อยละกัน”

พวกที่โดนรากไม้พันอยู่นั้น หลังจากที่สูดเอาเกสรเข้าไปแล้ว ก็ค่อยสงบลงและทำหน้ามึนๆกับสถานการณ์ปัจจุบันว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี้กันหว่า ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไป...

“เอาล่ะ ที่นี้ก็หมดปัญหาไปเรื่องหนึ่งแล้ว ส่วนอีกเรื่องถึงนายจะมาที่นี้แล้ว นายจะพักที่ไหนกันล่ะ ที่พักของหอคอยนี้ก็ไม่มีสำหรับบุคคลภายนอกซะด้วยซิ”

“จะไปยากอะไรเล่า ก็แค่นอนห้องเดียวกับนายก็พอ” สิ้นประโยค มิซึรุก็ทำหน้าตาแบบอึ้งไปสุดกับคำตอบที่ออกมา

“น๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา” พร้อมๆกับทำตาใสหน้าบ๊องแบ๊วสุดขีด

ซักพัก...ก็ยกมือยอมแพ้ให้กับการลูกอ้อนตรงหน้าก็จะเอ่ยปากออกมา “เฮ้อ...ยอมๆ นายอ้อนทีไรนี้ฉันเป็นต้องยอมทุกที”

“เย้ \^^/” แล้วเจ้าตัวก็วิ่งหายลับไปในหอคอยทันที พรอ้มๆกับทิ้งให้ร่างสีขาวนั้นถอนหายใจกับเรื่องในครั้งนี้

“ที่นี้เราก็ได้ตัวแสบประจำหอคอยเพิ่มมาอีก 1 แล้วสินะ”



ขอโต๊ดค้าบบบบบบบบบบบบ ที่หายต๋อมไปนานเลย >< มีเรื่องยุ่งมากมายที่มหาลัยจริงๆช่วงนี้

แถมหลายๆวันมานี้อาการไข้ก็เป็นๆหายๆอยู่นั้นแหละเซ็งมาก

ปล. เรื่องในครั้งนี้เป็นการเปิดตัวละครใหม่นะครับ ขอฝากเจ้าตัวป่วนตัวใหม่ไว้ให้ทุกคนด้วยค้าบบบ

_________________
Image
"คราที่เราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว จักรู้ค่าของสิ่งนั้นเมื่อยามจากไป"


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Wed Jul 07, 2010 12:19 am 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
พี่ปอนด์เป็นไข้ แพนด้าท้องไส้ปั่นป่วน อุปสรรคเยอะจริงจริ๊งงงง :oops:

กรี้ดด มีตัวใช้ธาตุดินแล้วอ้ะ ไม่ยอม! :cry:

ว่าแต่ต่อเรื่องกลาสเซียสซะดีๆ พี่ปอนด์ :twisted:

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Wed Jul 07, 2010 12:34 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
Art wrote:
"ดูท่าเราจะได้เพื่อนร่วมก๊วนใหม่แล้วมั้งนี่ จริงมั้ย? ราร์ล ฟินซ์"


Rarl wrote:
"ถ้าพี่อาร์ทไม่ว่าอะไรผมก็ได้หมดครับ ยุ่งมาผมก็แสบกลับ แต่ถ้าร่วมกันยุ่ง ร่วมกันป่วน ร่วมกันแสบ คงน่าสนุกมิใช่น้อย"


Phinz wrote:
"สมกับเป็นเพื่อนมิจจี้แฮะ หน้าตาดูแอบจิตเหมือนๆกันเลย แต่เจ้าหมานี่ดูท่าว่าแสดงออกมาอย่างเปิดเผยสุดๆเลยนะเนี่ย"

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 1123 posts ]  Go to page Previous  1 ... 107, 108, 109, 110, 111, 112, 113  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki