Last visit was: It is currently Fri May 29, 2020 10:56 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 1123 posts ]  Go to page Previous  1 ... 104, 105, 106, 107, 108, 109, 110 ... 113  Next
Author Message
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Sun May 30, 2010 11:21 pm 
FirstWhale!
User avatar

Joined: Fri May 29, 2009 10:33 pm
Posts: 3631
Location: >> ไดโนเสาร์ บ๊อง ต๊อง รั่ว <<
Quote:
ก๊อก ๆ ๆ . . . .

" หืมใครมาเคาะประตูหละนิ ดาร์กเจ้าไปเปิดประตูทีสิ !! " เรดกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนเอกสารต่างๆอยู่ตรงโต๊ะ

" อ้าว อาร์ท ราร์ล มีอะไรหรือป่าวครับ " ดาร์กทักหลังจากที่เปิดประตูมาพบสองคนนี้ยืนอยู่

" ก็เอานี่มาให้หนะครับ " ราร์ลยืนจดหมายเล็กๆให้

" จดหมาย อะไร ?? " เรดตะโกนถามกับซองจดหมายที่ดาร์กรับมาจากราร์ล

" จดหมายจากมิจจี้ครับ เค้าฝากมาให้ลุง แล้วก็รบกวนหน่อยฮะ ไปแล้วครับ ผมต้องไปหาคนอื่นต่อ " อาร์ืทและราร์ลเดินขึ้นไปข้างบนต่อ

" ไหนดาร์กเจ้าเปิดอ่านสิ " เรดพูดพร้อมก้มหน้าเขียนเอกสารต่อ

" เค้าเชิญพวกเราไปพบครับท่านพี่ เรื่องผนึกเวทย์ของกลาเซีย " ดาร์กพูดหลังจากที่อ่านจดหมายจบ

" เห้ออ . . . ให้ตายสิ ข้ายิ่งยุ่งๆอยู่ด้วย เอาหละๆ ไปก็ไป " เรดพูดพร้อมวางปากกาขนนกและเดินออกไปพร้อมดาร์ก

หน้าห้องของมิซึรุ

ก๊อก ๆ ๆ

" อ้าวลุงเรด ท่านดาร์ก เชิญครับๆ " มิซิรุ เชิญทั้ง 2 เข้าไปทันที และในห้องนั้นก็ยังพบ อังเดรอยู่ในห้องนั้นด้วย

_________________
ImageImageImage
Image
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Mon May 31, 2010 12:32 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Aug 25, 2009 1:44 pm
Posts: 1821
Location: ~•:นั่งมองไปข้างหน้ากับหมาน้อยสีขาว:•~
Mitsuru wrote:
" อ้าวลุงเรด ท่านดาร์ก เชิญครับๆ " เมื่อมิซึรุเห็นอาคันตุกะทั้งสองที่ตามตัวเจอก็ผายมือเชื้อเชิญให้เข้าไปในห้อง.....

"อ่าว...อังเดรก็มาด้วยงั้นหรอกเหรอ" เรดถามถึงอังเดร คนรับใช้ของกราเซียสที่ทุกครั้งจะเห็นคอยยืนอยู่ข้างๆกราเซียสตลอด

"กระผมก็ถูกเชิญ มาด้วยขอรับ ท่านเรด..." อังเดรตอบกลับมา....

"เอาละ! ตอนนี้ก็มากันแล้ว 3 ท่านแล้วซินะ ที่ข้าเชิญท่านทั้งหลายมานี้ก็พอจะรู้เรื่องแล้วซินะครับว่าเพราะเรื่องอะไร"

"เรื่องของกราเซียสงั้นสินะ..." ดาร์กตอบขึ้นมา...

"ครับ....ตอนนี้ยังเหลืออีกเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่ยังมาไม่ถึง แต่ข้าจะอธิบายองค์ประกอบคร่าวๆก่อนที่ทุกท่านจะมากันครบดีกว่า" แล้วก็เริ่มอธิบายถึงพิธีปลดผนึกดังกล่าว......

..............

"แล้ว...."เสามนุษย์" นี้..คงไม่ได้หมายถึงต้องสังเวยชีวิตของพวกเรางั้นสินะ..." เรดถามคำถามขึ้นมา

"เปล่าหรอกครับ ข้าคงไม่ทำเรื่องโหดๆแบบนั้นหรอกลุงเรด แถมพิธีนี้ก็ไม่ใช่พิธีแบบมนต์ดำด้วย เรื่องแลกชีวิตนี้คงต้องลืมไปเลย....สำหรับเสามนุษย์...."

""สำหรับเสามนุษย์" แต่คงไม่ได้รวมไปถึงตัวเจ้ากราเซียสเองด้วยซินะ..." ดาร์กเอ่ยปากถามขึ้นมา....

"สมกับเป็นท่านดาร์ก....เฉพาะตัวกราเซียสเองเท่านั้นที่ข้าไม่อาจจะรับประกันได้ว่าตัวของเขาเองจะปลอดภัย เพราะพิธีปลดผนึกๆนี้คล้ายๆกับเขื่อนเก็บกักน้ำ ตัวผนึกเองคือเขื่อน ร่างของกราเซียสคือแหล่งที่จะเก็บกักน้ำที่ไหลออกมา และพลังเวทคือน้ำ......" แล้วสูดลมหายใจก่อนที่จะพูดประโยคหนึ่งออกมา

"ถ้าเกิดเปิดเขื่อนขึ้นมาในทันที กระแสน้ำจะทะลักท่วมลงไปในแหล่งเก็บกักน้ำออกมาในคราวเดียว......."

"งั้นแปลว่า...."

"ครับ...ร่างกราเซียสอาจแหลกสลายเพราะพลังเวทที่ล้นทะลักออกมาในคราวเดียวได้ ในพิธีนี้จึงจะต้องมีเสามนุษย์เพื่อคอยแบ่งรับและค้ำยันร่างของกราเซียสให้ทานพลังเวทที่ล้นออกมาได้....." ก่อนที่จะหันหน้าไปทางอังเดร..

"และท่าน...อังเดร...ท่านจะเป็นคนที่รับบทหนักที่สุด เพราะท่านเป็นเสามนุษย์แห่งธาตุน้ำ ที่จะต้องแบกรับพลังเวทที่ล้นออกมามากที่สุด ส่วนคนอื่นๆจะคอยค้ำยันร่างของกราเซียสและเขตแดนเวทให้มั่นคง....หากล้มเหลว...กราเซียส...ต้องตาย...เข้าใจซินะ...อังเดร"

"นี้มิซึรุ ข้าของถามอย่างหนึ่ง"

"ว่าไงเหรอครับ ลุงเรด?"

"ข้าพอจะเข้าใจแล้วละเรื่องเสามนุษย์เนี่ย ตัวของข้าน่าจะเป็นเสามนุษย์ธาตุไฟ ส่วนดาร์กน้องชายข้าน่าจะเป็นธาตุมืดงั้นสินะ..."

"ครับ...แล้ว..."

"เสามนุษย์ธาตุน้ำน่าจะให้จีน่า ซึ่งมีความเป็นนักรบสูงกว่าคอยค้ำยันซิ"

"ที่จริงข้าก็เคยถามอังเดรไปแล้วละครับ ว่าถ้าไม่เตรียมใจแบกรับมาพอข้าจะให้จีน่ามารับแทนก็ได้ แต่เจ้าตัวเค้าปฏิเสธมาครับ ว่าจะขอรับเป็นเสามนุษย์ธาตุน้ำเอง...และอีกอย่าง อังเดรเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับกราเซียสมากที่สุด น่าจะพอมีความต้านทานกับพลังเวทของกราเซียสมากพอน่าดูเลยละครับ เห็นอย่างี้หน่ะ..."

"แล้วเจ้าอาร์ทกับเจ้าราร์ลล่ะ..."

"ก็พอรู้กันดีว่าเลือดของเผ่ามังกรมายาและหมาป่าราตรีนั้นมีพลังกระตุ้นยาและพลังเวทได้ ในพิธีนี้ข้าจะขอเลือดส่วนหนึ่งของเจ้า 2 ตัวนั้นมาวาดเป็นอักขระเวทเสริมความแกร่งให้กับวงเวทเพื่อที่จะทนรับกับพลังเวทที่ล้นออกมาได้ครับ"

"เอาละ ข้าพอเข้าใจเรื่องทั้งหมดล่ะ...."

"อ้อแล้วอีกเรื่องหนึ่ง...." มิซึรุเอ่ยปากขึ้นมา....

"อย่าบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กราเซียสโดยเด็ดขาด เพราะในพิธีถ้าจิตของตัวกราเซียสไม่เข้มแข็งพอ อาจจะทำให้พลังเวทที่ไหลออกมาไม่มั่นคงได้ ทุกท่านคงเข้าใจนะครับ"

ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้ารับโดยทั่วกัน......



ที่แน่ๆคือจะเตรียมเรื่องต่อสู้ก่อนดีหรือว่าเอาเรื่องปลดผนึกก่อนดีเนี่ย คนเขียนชักเริ่มปวดหัวแล้ว T T

ปล. ทุกทีนายก็เขียนสดแต่งสดอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!!!!

_________________
Image
"คราที่เราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว จักรู้ค่าของสิ่งนั้นเมื่อยามจากไป"


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Mon May 31, 2010 1:10 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Sep 29, 2009 2:03 pm
Posts: 1072
Quote:
บันทึกของปลาหมึก3

“...อีกแล้วเรอะ?” หมึกสาวพึมพำกับตัวเองเมื่อเธอลืมตาและพบว่าเธอได้มาอยู่ในห้องพิลึกๆห้องนี่อีกแล้ว

“วันนี้ก็เป็นวันที่ 8 แล้วสินะที่เราถูกดึงเข้ามาในห้องๆนี้…” หมึกสาวเหลือบไปมองรอบๆตัวอย่างเบื่อหน่าย เพราะทุกครั้งที่เธอได้เข้ามายังห้องๆนี้ก็เจอแต่เหตุการณ์ซ้ำๆเดิมๆวนเวียนไปมาตลอด จะมีก็แต่เหตุการณ์ข้างหลังประตูสีดำเท่านั้นที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

แต่ครั้งล่าสุดนั้นมันช่างผิดแปลกไปจากทุกที เพราะแต่เดิมเธอแค่ถูกพาไปยังที่ๆไม่ควรเข้าไปโดยที่ตัวเธอจะเหมือนกับเป็นวิญญาณที่ลอยวนเวียนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ครั้งก่อนตัวเธอดันกลายเป็นใครก็ไม่รู้ไป

“ให้ตายสิ ทำไมเราถึงได้หลงเข้ามาทั้งๆที่ไม่ควรจะเข้ามากันแน่นะ?” หมึกสาวตั้งคำถามแล้วชำเหลือบมองไปยังผ้าม่านสีแดงเลือดที่ปิดกั้นห้องอีกห้องเอาไว้

“พอเพลงนี้จบ ตัวเราอีกคนก็จะเดินออกมาจากตรงนั้นสินะ... แต่ว่า ห้องๆนั้นมันมีอะไรอยู่กันแน่นะ” หมึกสาวนึกสงสัยขึ้นมา เพราะทุกๆครั้งนั้นเธอไม่เคยลุกออกไปดูห้องตรงนั้นเลย ครั้งนี้เธอจึงลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังผ้าม่านที่กั้นไว้

“ขอดูสักหน่อยเถอะว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้น”

ครืด หมึกสาวเลื่อนผ้าม่านออกแล้วเดินเข้าไปในความมืดของห้องๆนั้น เธอเดินไปเรื่อยๆโดยเหลียวหลังกลับมาเป็นระยะๆเพื่อดูว่าเธอเดินออกมาไกลเท่าไหร่แล้ว ซึ่งพอเธอเดินมาจนมองห้องเก่าแทบไม่เห็นแล้วเธอก็ได้ยินเสียเพลงแบบเดียวกับที่ฟังในห้องเดิมค่อยๆดังแว่วขึ้นมาเรื่อยๆ เธอหยุดนิ่งอยู่ในความมืดสักพักแล้วก็รีบก้าวเท้าเดินไปตามเสียง พอเธอเริ่มได้ยินเสียงเพลงชัดแล้วก็ได้ยินเสียงของคนกำลังพูดกันขึ้นมาด้วย

“ใกล้แล้ว” พอหมึกสาวเห็นว่ามีแสงไฟลอดออกมาจากพื้นตรงหน้าเธอก็เดินเข้าไปแล้วก็รู้สึกได้ว่าตรงหน้าเธอนั้นมีผ้าม่านกั้นเอาไว้ เธอค่อยขยับผ้าม่านออกไปดูห้องอีกห้อง ซึ่งก็เห็นตัวเธออีกคนกำลังเต้นรำอยู่กับชายคนหนึ่งซึ่งมีผมยาวประมาณอก สีผมสีดำสนิท ชุดที่เขาใส่เป็นชุดทักซิโด้สีดำ

“ทำไมนายถึงต้องมาขัดขวางด้วยไม่ทราบ?” หมึกสาวชุดขาวถามชายคนนั้น

“เธอไม่ได้เป็นฉันเธอจะไปรู้สึกได้ยังไงกันล่ะ” ชายคนนั้นตอบกลับ

“เหรอ รู้สึกอะไรล่ะ?”

“รำคาญน่ะสิ เธอที่อยู่ภายในคงไม่รู้ใช่มั้ยล่ะว่าร่างของเธอข้างนอกน่ะเวลาแหกปากร้องขึ้นมาแล้วมันน่ารำคาญขนาดไหนกัน”

“อุ๊บ” หมึกสาวที่แอบดูอยู่หลังม่านเผลอส่งเสียงออกมา จึงทำให้ผู้ที่เต้นรำอยู่ทั้งสองต่างก็หันมาหาเธอในทันใด

“โฮ่ แปลกจังนะที่เธอเดินมาฉันเองน่ะ” หมึกสาวชุดขาวทักทายขึ้นแล้วหันกลับไปเต้นรำต่อ

“ฉันแค่สงสัยว่าหน่อยโผล่มาจากไหนก็เท่านั้นแหละ” หมึกสาวชุดดำตอบกลับ

“อุ๊ยตาย งั้นเหรอ” หมึกสาวชุดขาวทำท่าเหมือนกับตกใจแต่สีหน้านั้นกลับยิ้มล้อเลียน

“แล้ว นี่ใครกันน่ะ?” เธอหันไปหาชายคนนั้น

“อ่อ เกือบลืมไปซะสนิทเลย” ชายคนนั้นหยุดเต้นรำแล้วหันมาแนะนำตัว

“ช่วยเรียกฉันว่า พี่ชายรูปหล่อ ก็แล้วกันนะ” เขากล่าวพร้อมกับโค้งตัวลงแล้วเงยหน้ากลับขึ้นมา

“ช่วยบอกชื่อของนายมาดีๆจะได้หรือไม่” หมึกสาวชุดดำถามเขาอย่างไม่สบอารมณ์

“ถ้าจะเรียกฉันก็เรียกว่า พี่ชายรูปหล่อสิ” เขาหันกลับมาย้ำด้วยความสุภาพอีกครั้งก่อน

“พี่ชายรูปหล่อ มาต่อกันดีกว่า” หมึกสาวชุดขาวเรียกชายคนนั้นพลางใช้นิ้วชี้กวักเรียกไป

“อืม รู้แล้วล่ะ” เขาเดินกลับไปหาหมึกสาวชุดขาวแล้วต่างก็เริ่มเต้นรำกันต่อไป ส่วนหมึกสาวชุดดำก็เดินออกจากผ้าม่านแล้วไปนั่งเก้าอี้สีดำที่พิงอยู่ข้างผนัง ทั้งชายคนนั้นและหมึกสาวชุดขาวต่างก็เต้นไปเรื่อยๆโดยไม่ได้คุยอะไรกัน ผู้ที่ดูอยู่นั้นจึงได้เริ่มถามขึ้นมาว่า

“นายน่ะ ทำไมถึงเข้ามาในนี้ได้ แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่?”

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ เพราะความสามารถในการแทรกแทรงไงล่ะ ฉันที่อยู่ข้างนอกนั้นไม่รู้ว่ามันเพราะอะไรตัวเธอข้างนอกถึงได้แหกปากร้องเสียงดังลั่นอยู่ในถ้ำทุกวันตั้งแต่เธอโผล่เข้ามา แต่พอได้ลองมาแอบดูก็พอจะเข้าใจได้นิดๆหน่อยแล้วล่ะ”

“งั้นเรอะ ที่ฉันตะโกนร้องหลังจากหลุดจากห้องวังวนของภาพบ้าๆที่ยัยนั่นบังคับให้ดูมันคงจะดังมากสินะ”

“ใช่ แล้วเธออย่ามาคิดว่าเธอแหกปากร้องหลังจากได้สตินะ หล่อนน่ะแหกปากร้องเป็นชั่วโมงก่อนจะได้สติเลยรู้ไว้ด้วย”

“ไม่รู้มาก่อนเลยแฮะ” หมึกสาวแอบนึกในใจ เพราะเธอจำได้แค่ว่าพอได้สติขึ้นมาเธอก็แหกปากร้องออกมาแล้ว

“แล้วนายอยู่ที่นั่นด้วยเหรอ ทำไมทุกครั้งฉันถึงไม่เจอนายเลยล่ะ?”

“ก็ไม่แปลกหรอก เพราะว่าฉันสิงอยู่ในหอกที่ปักอยู่ข้างหลังเธอไงล่ะ” เขาตอบ ซึ่งหมึกสาวเองก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมาในทันใด

“แล้วนายอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้ว?” หมึกสาวถามอีกครั้ง

“ก็ประมาณเกือบๆเดือนได้แล้วล่ะ จริงๆฉันก็เร่ร่อนไปเรื่อยไม่ได้อยู่ที่ไหนเป็นหลักเป็นแหล่งนักหรอก ที่มันอยู่ในถ้ำนี้ก็เพราะมันเงียบดีแถมยังไม่ต้องไปหากินไกลด้วย แต่มันก็หายเงียบไปหลังจากเธอโผล่มานั่นแหละ”

“โดนอีกละ” หมึกสาวนึกในใจเมื่อโดนเขาว่าประชด

“แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกันล่ะ?”

“ที่นี่คือห้องภายในจิตใจของเธอไงล่ะ” หมึกสาวตาเบิกกว้างขึ้นมาเมื่อเขาตอบ ตอนนี้เธอกำลังงุนงงเป็นอย่างมาก เธอมองไปรอบๆอีกครั้ง

“นึกไม่ถึงสินะ” หมึกสาวชุดขาวทักขึ้น ซึ่งหมึกสาวชุดดำเองก็รีบหันไปหาชุดขาวอย่างรวดเร็ว

“สำหรับเธอคงจะประหลาดใจมากใช่มั้ยล่ะ ที่เห็นห้องในจิตใจตัวเองมันพิลึกแบบนี้”

“ก็ ประมาณนั้น” หมึกสาวชุดดำตอบ

“ช่วยไม่ได้นะ ห้องๆนี้มันจะเป็นยังไง มันก็อยู่ที่เธอนั่นแหละ” หมึกสาวชุดขาวบอกกับเธอและเริ่มเร่งจังหวะเต้นไปเรื่อยๆตามเพลงพร้อมกับคู่เต้น ส่วนหมึกสาวชุดดำก็นั่งครุนคิดอยู่คนเดียวต่อไป พอเพลงที่บรรเลงนั้นจบลง หมึกสาวชุดขาวและชายคนนั้นก็มาหยุดอยู่ในท่าที่หมึกสาวยืนงอตัวไปข้างหลังโดยมีชายคนนั้นใช้แขนอุ้มประคองเอาไว้
แปะ แปะ เสียงตบหนวดดังขึ้นมาจากหมึกสาวที่นั่งดูอยู่เมื่อทั้งสองเต้นเสร็จ แต่ไม่ทันไรอยู่ๆหมึกสาวที่ถูกอุ้มอยู่ก็เอามือโอบไว้ที่หัวชายคนนั้นแล้วดึงเขาเข้ามาจูบมันซะอย่างนั้น ทำเอาทั้งชายคนนั้นและหมึกสาวชุดดำพอกันช็อคกินกันไปหมด

“ทะ ทะ ทะ ทะ ทะ ทะ” หมึกสาวชุดดำเริ่มถามแบบตะกุกตะกัก

“อื้อ!!” ชายคนนั้นร้องขึ้นพร้อมกับเอาปากออกแล้วรีบเช็ดน้ำลายออกอย่างรวดเร็ว

“ทำบ้าอะไรของหล่อนยะ!!!!” หมึกสาวชุดดำตะโกนด่าเสียงดัง

“รู้หรอกน่า ว่าเธอเองก็แอบชอบคุณพี่ชายรูปหล่อมาตั้งแต่แรกพบแล้วใช่มั้ยล่ะ” หมึกสาวชุดดำหน้าแดงเป็นลูกมะเขือทันทีเมื่อถูกว่าแทงใจดำและยังโดนชายคนนั้นเหลือบมามองเธอด้วยอาการเดียวกัน

“หล่อนอย่ามาพูดอะไรมั่วๆนะ ฉันไม่ได้!” หมึกสาวชุดดำหยุดชะงักไปเพราะพูดต่อไปไม่ออก

“อย่าบอกนะว่าที่แม่นี่พูดน่ะจริง?” ชายคนนั้นถามพลางชี้ไปหาหมึกสาวชุดขาว

“ถึงจะเผลอคิดแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ไม่คิดจะทำอะไรไร้ยางอายแบบนั้นนะ!” หมึกสาวชุดดำตะโกนเสียงดังด้วยความอายจนแทบจะมุดน้ำทะเลหนี

“หมดกัน จูบแรกของฉัน” ชายคนนั้นล้มลงไปนั่งสลดอยู่ที่พื้นปล่อยให้หมึกสาวทั้งสองเริ่มเถียงกันไป

“นี่ตกลงหน่อยเป็นใครกันแน่ยะ!” หมึกสาวชุดดำถาม

“ฉันก็คือความรู้สึกในจิตใจที่ใครๆก็มีกันทั้งนั้นไงล่ะ เพียงแต่เป็นคนรู้สึกด้านลบก็เท่านั้นเอง” หลังจากได้ฟังแล้วต่างคนต่างก็เริ่มเข้าโหมดจริงจังขึ้นมา

“ความรู้สึกด้านลบ?” หมึกสาวทวนขึ้นเบาๆ

“ไม่ว่าใครก็ตาม ต่างก็มีคนรู้สึกด้วยกัน 2 ด้าน นั่นก็คือด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกก็จะเป็นความรู้สึกในด้านดีต่างๆ เช่น ความร่าเริง ความรัก ความเมตตา ส่วนด้านลบก็จะเป็นความรู้สึกแย่ๆ เช่น ความเศร้า ความโกรธ ความแค้น แต่โดยส่วนใหญ่นั้นทุกคนจะถูกครอบงำโดยด้านบวกกันมากกว่า จะมีไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่จะปรากฏด้านลบออกมา แต่ถึงจะปรากฏออกมาก็จะหายไปในเวลาไม่ช้าเพราะความรู้สึกด้านบวกมันได้ครอบงำจิตใจยังไงล่ะ”

“พูดซะเหมือนกับว่าความรู้สึกด้านบวกมันเป็นของแย่ๆงั้นแหละ”

“ทำไม? ก็นั่นมันเป็นความจริงนี่ ตอนนี้ไม่ว่าใครต่างก็มีความรู้สึกด้านบวกครอบงำจิตใจทั้งนั้น มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่ให้ความรู้สึกด้านลบครอบงำน่ะ และสิ่งที่จะตัดสินว่าจะให้ความรู้สึกไหนครอบงำจิตใจของตัวเองได้ มันก็ก็คือจิตใจเองนั่นแหละ”

“แล้วนั่น เกี่ยวอะไรกับการที่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

“นั่นก็เพราะ มีสิ่งที่มากระตุ้นให้ฉันพยายามออกมาไล่ความรู้สึกในจิตใจด้านบวกแล้วเข้าครอบงำแทนที่ไงล่ะ” หมึกสาวชุดขาวอธิบายพลางแสยะยิ้มที่ดูน่ากลัว

“หรือว่านี่ก็คือ ผลกระทบจากเลือดสีขาว” หมึกสาวชุดดำพึมพำเบาๆ ซึ่งชายที่ยืนข้างๆเองก็ได้ยินที่เธอเผลอพูดมา แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจฟังไป

“อีกอย่างนะ ถึงจะเป็นตัวตนของความรู้สึกด้านลบ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกด้านบวกหรอก”

“หมายความว่ายังไง?”

“ก็หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นการที่เธอชอบใครรักใครอยากทำอะไรกับใครตัวฉันก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน ทั้งความคิดและการกระทำมันก็จะทำตามความรู้สึกที่อยากจะทำเหมือนกับด้านบวกนั่นแหละ เพียงแต่มันแสดงออกมาในด้วยอารมณ์ที่ต่างกันก็เท่านั้น”

“สรุปก็คือหล่อนมันก็คือตัวฉันแต่ว่าแยกออกเป็นอีกด้านใช่มั้ยล่ะ?”

“นั่นก็ไม่ผิด... เอาล่ะ พูดกันมามากพอแล้ว ได้เวลาแล้วล่ะ” หมึกสาวชุดขาวว่าพร้อมกับเดินไปลากตัวหมึกสาวชุดดำตรงไปยังบานประตูสีดำ ไม่ว่าหมึกสาวชุดดำจะพยายามขัดขืนยังไงก็ไม่อาจต้านแรกของหมึกสาวชุดขาวได้เลย

“นี่เธอคิดจะลากฉันไปห้องบ้านี่อีกกี่ครั้งกัน!”

“ก็จนกว่าฉันจะเข้าไปแทนที่ความรู้สึกด้านบวกได้นั่นแหละ”

“ถ้าเธอเข้ามาแทนที่ได้แล้วจะเป็นยังไง? ตัวฉันจะหายไปอย่างนั้นเรอะ”

“เปล่า เธอก็อยู่ปกตินั่นแหละ เพียงแต่เธอจะได้รับความรู้สึกด้านลบต่างๆเข้าไปแทนที่แล้วความรู้สึกด้านบวกที่ถูกไล่ออกมาก็จะออกมาอยู่ข้างนอกแทนไงล่ะ” หมึกสาวชุดขาวบอกกับเธอก่อนจะโยนเธอเข้าไปยังข้างในของประตู แต่ขณะที่ประตูกำลังจะปิดลง ชายที่อยู่ข้างนอกก็วิ่งตรงเข้ามาแล้วผลักประตูปิดลง

“....วิ่งมาช่วยปิดประตู ตกลงเอ็งมาทำบ้าอะไรแน่ยะ” หมึกสาวที่อยู่ในความมืดนึกในใจ

“ตราบใดที่ฉันยังอยู่ข้างในนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมากนักหรอก เพราะการแทรกแซงนี่มันของถนัดของฉันละ” เสียงชายคนนั้นดังลอดออกมาจากช่องของประตู

“งั้น ก่อนอื่นเรามาเล่นอะไรสนุกๆกันก่อนมั้ย?” เสียงของหมึกสาวที่อยู่ข้างนอกถามเขา

“เฮ้ย จะแผ่หนวดมาทำไมนักหนาน่ะ หยุดเลยๆ เฮ้ย! อย่า! อ้ากกกกก!!....”

“ตกลงเอ็งมาทำบ้าอะไร?” หมึกสาวคิดในใจอีกครั้งก่อนจะวูบลงไป

_________________
ImageImage
http://writer.dek-d.com/destiny11/story ... ?id=526190 <<< นิยายที่ชาติหนึ่งจะแต่งที


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Mon May 31, 2010 3:10 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
Art wrote:
"เอิ่ม... เดี๋ยวนะ มิจจี้... จะใช้เลือดของพวกข้าวาดอักขระใช่มั้ย ถ้างั้นช่วยเตรียมฟูกนุ่มๆกับนมสดรสจืดซัก 2-3 ลิตรนะ"


Rarl wrote:
"เผื่อผมด้วยนะครับ เวลาหน้ามืดล้มลงไปจะได้ไม่เจ็บ แต่ผมขอเป็นนมรสหวานนะครับ ช่วยเตรียมให้ดื่มก่อนเรียกเลือดจะดีมากเลย"


Phinz wrote:
"งั้นนกไฟผ่าเหล่าอย่างข้าจะไปทำอะไรดีล่ะเนี่ย เอาเป็นว่าเดี๋ยวข้าคอยดูลาดเลาอยู่นอกวงก็แล้วกัน"

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Mon May 31, 2010 9:11 pm 
FirstWhale!
User avatar

Joined: Fri May 29, 2009 10:33 pm
Posts: 3631
Location: >> ไดโนเสาร์ บ๊อง ต๊อง รั่ว <<
ReD wrote:
เสาร์มนุษย์ ธาตุดิน มีเยอะแยะนะ !! ท่าลีออนไม่ว่างจริงๆ ก็บอกข้าและกัน จะได้ไปเีัรียกพวกนั้นมารวมๆให้เจ้าเลือก

_________________
ImageImageImage
Image
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Mon May 31, 2010 9:59 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Aug 25, 2009 1:44 pm
Posts: 1821
Location: ~•:นั่งมองไปข้างหน้ากับหมาน้อยสีขาว:•~
Mitsuru wrote:
ข้าว่าจะหาเสามนุษย์ธาตุดินอยู่เนี่ย - -" หาใครที่เหมาะสมไม่ค่อยได้เลย ส่วนเจ้าอาร์ทกับเจ้าราร์ล...ไม่ต้องห่วงเดียวจะจัดให้ แล้วเตรียมเลือดของนายมาให้สูบในพิธีให้ดีล่ะ :twisted: :twisted:

_________________
Image
"คราที่เราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว จักรู้ค่าของสิ่งนั้นเมื่อยามจากไป"


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Mon May 31, 2010 11:48 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Sep 29, 2009 2:03 pm
Posts: 1072
Jeena wrote:
ช่วงนี้มันช่างวุ่ยวายกับเรื่องกราเซียสจริงๆเลยนะเนี่ย.... เขียนบันทึกต่อดีกว่าแฮะ

_________________
ImageImage
http://writer.dek-d.com/destiny11/story ... ?id=526190 <<< นิยายที่ชาติหนึ่งจะแต่งที


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Tue Jun 01, 2010 4:48 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
Art wrote:
"ราร์ล... มาปรุงยาสร้างเลือดกันก่อนท่าจะดีนะ..."


Rarl wrote:
"เห็นด้วยสุดๆครับ..."


Phinz wrote:
"แล้วเสามนุษย์ธาตุอื่นๆมีใครบ้างล่ะนี่"

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Tue Jun 01, 2010 7:49 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Aug 25, 2009 1:44 pm
Posts: 1821
Location: ~•:นั่งมองไปข้างหน้ากับหมาน้อยสีขาว:•~
Art wrote:
"ราร์ล... มาปรุงยาสร้างเลือดกันก่อนท่าจะดีนะ..."


Rarl wrote:
"เห็นด้วยสุดๆครับ..."


Mitsuru wrote:
"จะปรุงทำไม๊....ใช้เลือดแค่นิดเดียวเอ๊ง เหอะๆๆๆๆๆ" พร้อมๆกับลับดาบรูปร่างประหลาดไปด้วย ก่อนที่จะชูมันขึ้นมาเพื่อดูความคมของมัน..........


Phinz wrote:
"แล้วเสามนุษย์ธาตุอื่นๆมีใครบ้างล่ะนี่"


Mitsuru wrote:
ที่ข้ากะๆไว้ก็ประมาณนี้หน่ะ

1. ธาตุดิน = ลีออน (รอดูเจ้าตัวก่อนว่าจะมาหรือปล่าว)
2. ธาตุน้ำ = อังเดร
3. ธาตุลม = เจ๊ไรอง
4. ธาตุไฟ = ลุงเรด
5. ธาตุแสง = ท่านไลทัส
6. ธาตุมืด = ท่านดาร์ก

_________________
Image
"คราที่เราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว จักรู้ค่าของสิ่งนั้นเมื่อยามจากไป"


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails :Battle Star Old Arena[ย้ายลานประลองแล้วครับ~]
PostPosted: Wed Jun 02, 2010 8:35 pm 
Engineer
User avatar

Joined: Wed Aug 05, 2009 5:02 am
Posts: 229
ฝันร้ายในคืนที่จันทร์ไร้แสง(ภาคต้น)

Zarlost wrote:

ภายในห้องพักของชายผู้สวมหน้ากาก หนึ่งในผู้เข้าร่วมแข่งขันที่หอคอยแห่งนี้ ร่างของเขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงที่วางติด
กับหน้าต่างของห้อง แต่เพราะวันนี้เป็นคืนเดือนมืดจึงมีเพียงแสงไฟเพียงน้อยนิดที่เล็ดลอดเข้ามา เป็นคืนเดือนมืด เหมือนใน
วันนั้นเมื่อสี่ปีก่อนไม่ผิดเพี้ยน

“ซารุ!” เสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เด็กชายตัวเล็กๆที่กำลังนั่งอยู่ริมผาหันมาตามเสียงเรียก
“มาที่นี่อีกแล้วนะ” เด็กหญิงที่มีหูยาวถึงกลางหลังพูดขึ้นเมื่อนั่งลงข้างๆเด็กชาย
“...ก็...มันน่าเบื่อ...” เด็กชายตัวเล็กพูดพร้อมทั้งหันกลับไปมองหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยแสงไฟ
“ซารุนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ยังพูดน้อยเหมือนเดิม คิกคิก” เด็กหญิงพูดพลางหัวเราะน้อยๆ
“...มันเรื่องของชั้น...” เด็กชายตอบสั้นๆ
“หือ? ยังเย็นชาเหมือนเดิมซะด้วยแฮะ” เด็กหญิงที่นั่งข้างๆพูดแหย่
“...มากวนประสาท...ชั้นรึไง..เฟลิน...” เด็กชายตอบสั้นๆแต่ไม่ได้หันมามอง
“ก็ใช่สิ่” เด็กหญิงที่ชื่อเฟลินตอบพลางหัวเราะน้อยๆ
“...เธอนี่มัน...” ซาร์ลอสพูดด้วยเสียงเอือมๆ

แล้วทั้งคู่ก็นั่งมองภาพหมู่บ้านจากริมผานั้น พร้อมกับเสียงเด็กหญิงพูดแหย่เด็กชายอยู่เป็นระยะๆ แล้วไม่นานนักที่ใจกลาง
หมู่บ้านก็ปรากฏมังกรสีแดงบินลงมาจากฟากฟ้า แล้วแสงสีสันแปลกตาก็ส่องแสงออกมาจากพื้นใจกลางหมู่บ้านที่มังกรตัวนั้น
ล่อนลงไป แต่ดูเหมือนเด็กทั้งสองจะไม่ได้ตกใจอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“กำลังจะถูกย้ายไปแล้วสิ่นะ สิ่งนั้นน่ะ” เฟลินพูดขึ้นพลางมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
“...อืม...ก็สร้างเสร็จแล้วนี่...เครื่องจักรนิรันดร์นั่น...” ซาร์ลอสพูดพลางมองศิลาทรงกลมที่ส่องแสงสีสันแปลกตาพร้อมทั้ง
มีเครื่องจักรรูปร่างแปลกๆ ประกบอยู่ด้านล่าง
“แล้วนายไม่ไปช่วยพ่อของนายรึไง ซารุ” เฟลินหันมาถาม
“...ถึงไป...เจ้านั่นก็ว่าเกะกะอยู่ดี...” ซาร์ลอสพูดเสียงเรียบ
“นี่ซารุ! นายเรียกพ่อตัวเองแบบนั้นได้ไง!” เฟลินพูดกระแทกเสียงใส่ซาร์ลอสพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนเอามือเท้าเอว
“...หึ...แล้วจะทำไม...” ซาร์ลอสพูดเสียงเรียบอย่างไม่สนใจ
“นายนี่มัน....” เฟลินพูดขึ้นด้วยอารมณ์โกรธ
“...เธอก็รู้...ทำไมชั้นนี่...ว่าทำไม...ชั้นถึงเรียกแบบนั้น...” ซาร์ลอสพูดเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจ
“นั่นมัน...แต่ถึงอย่างนั้นเค้าก็เป็นพ่อของนายนะ แถมยังเป็นอัจฉริยะที่ถูกยกย่องด้วย!” เฟลินพูดด้วยเสียงที่ดังราวกับเสียง
ตะโกน
“...อัจฉริยะที่ถูกยกย่อง...งั้นเหรอ...เรียก...อัจฉริยะนอกรีต...น่าจะตรงกว่า...” ซาร์ลอสพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆราวกับประชด
ในสิ่งที่พูด
“ซารุ คนอย่างนายนี่มัน!” เฟลินพูดพร้อมกับตบหน้าของซาร์ลอสอย่างแรง
“...ถึงเธอจะตบชั้นให้ตาย...ชั้นก็ไม่เปลี่ยนความคิดอยู่ดี...” ซาร์ลอสพูดเสียงเรียบ
“ก็จริงอย่างเจ้านั่นว่าแหล่ะ เฟลิน ถึงจะตบเจ้านั่นให้ตายมันก็ไม่เปลี่ยนความคิดอยู่ดี” เสียงของเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งดังขึ้น
จากด้านหลังของทั้งคู่
“ไวท์! มาเมื่อไหร่เนี่ย” เฟลินพูดขึ้นอย่างตกใจหลังจากได้ยินเสียง
“ก็ เพิ่งมาน่ะ” หมาป่าในชุดสีขาวที่ดูเรียบร้อยเป็นพิเศษพูดขึ้น
“...หึ...เรียกว่าตั้งแต่...มังกรสีแดงนั่น...บินลงมา...มากกว่ามั้ง...” ซาร์ลอสพูดเสียงเรียบ
“ชิ ตุ่นอะไรประสาทสัมผัสไวจริง” ไวท์บ่น
“ว่าแต่ ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะไวท์” เฟลินถามขึ้น
“ก็ไม่มีอะไรมาก พ่อเจ้านั่นเรียกให้พวกเราไปหาน่ะ” ไวท์ตอบพลางเดินมานั่งข้างๆซาร์ลอส
“สงสัยคุณลุงคาดัส อยากให้ไปช่วยล่ะมั้ง” เฟลินพูดขึ้นเบาๆ
“เอาเถอะไงๆ ก็รีบไปดีกว่า ไปช้าเดี๋ยวโดนสวดยับกันพอดี” ไวท์พูดขึ้นพลางตบไหล่ซาร์ลอสเบาๆก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดิน
กลับไปทางเดิม
“อืม นี่ซารุไปกันได้แล้ว” เฟลินพูดพลางหันมาเรียกเด็กชายที่ยังคงนั่งอยู่
“...ชิ...” ซาร์ลอสทำเสียงในลำคอเบาๆก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตามทั้งคู่ไป แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นแสงบางอย่างที่ดูแปลก
ออกไปปรากฏขึ้นที่ศิลาทรงกลมนั่น
“...นั่นมัน...” ราวกับรู้ได้ถึงอันตราย เขารีบวิ่งไปทางเฟลินทันที

สิ้นเสียงของซาร์ลอส ศิลาทรงกลมที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้ากลางหมู่บ้านก็เริ่มมีเส้นแสงสีขาวสะบัดไปมากอย่างไร้ทิศทาง
ทันทีที่แสงนั้นไปสัมผัสกับอะไรก็ตามสิ่งนั้นๆราวกับถูกลบให้หายไปแทบจะในทันที แสงนั้นยังคงปะทุออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
เสียงกรีดร้องและเสียงสิ่งก่อสร้างพังถล่มลงมาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และแล้วสิ่งที่ซาร์ลอสคิดไว้ก็เกิดขึ้น เส้นแสงสีขาวที่ปะทุออกมาหดกลับไปรวมที่ศิลาทรงกลมนั้นอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งแสงจากศิลานั้นเริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อยๆราวกับพลังงานมหาศาลที่ถูกบีบอัดจนใกล้จะระเบิดออกมา แล้วแสงสีขาวนั้นก็ระเบิดออกมาพร้อมทั้งทุกสิ่งที่ถูกแสงนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตาทันที
แสงนั้นขยายวงกว้างเร็วมากและยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ริมผาที่เด็กทั้งสามอยู่ก็เริ่มถูกลบหายไปเมื่อแสงนั้นมาถึง
ขณะที่เด็กชายตัวเล็กกำลังวิ่งไปทางเด็กหญิง ส่วนเด็กชายอีกคนราวกับคิดแบบเดียวกันจึงพุ่งตัวเข้าไปหาเด็กหญิงด้วย
เช่นกัน

“ไวท์! เฟลิน! หลบเร็ว!!” เขาตะโกนออกมาสุดเสียงพร้อมทั้งกระโดดไปทางเฟลินเพื่อจะใช้ตัวของเขาบังเฟลินเอาไว้
เพราะรู้อยู่แล้วว่าเฟลินอาจจะหลบไม่พ้น และไวท์คงมาถึงไม่ทัน

แสงสีนั้นกลืนร่างของทั้งสามไปอีกทั้งยังคงขายวงกว้างไปอีก ขณะที่เหนือศิลาทรงกลมนั้น เหล่ามังกรนับสิบตัวที่ทำหน้าที่ขน
ย้ายศิลานั้น กำลังร่ายอะไรบางอย่างพร้อมกับมีแสงสว่างขึ้นรอบๆตัวของมังกรแต่ละตัว และแสงจากมังกรแต่ละตัวก็ค่อยๆ
เชื่อมต่อกันพร้อมทั้งขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆจนคลุมศิลาทรงกลมนั้น
แสงสีขาวที่กลืนกินทุกสิ่งเริ่มหยุดขยายวงกว้างออกไป พร้อมทั้งค่อยๆจางหายไปทีละน้อยจนหมด เผยให้เห็นภาพที่อยู่เบื้อง
ล่าง ภาพที่ทำให้มังกรนับสิบต่างตกตะลึง เมื่อหมู่บ้านที่เคยอยู่เบื้องล่างบัดนี้เหลือเพียงแค่ หลุมลึกขนาดใหญ่ปรากฏอยู่
แทน
ชีวิตทุกชีวิตในหมู่บ้านแห่งนั้นได้ถูกกลืนหายไปพร้อมๆกับแสงสีขาวที่จางลง หมู่บ้านที่เคยส่องสว่างถูกลบหายไปเพียงชั่ว
พริบตา แต่ทว่าไม่มีมังกรตัวไหนได้รู้เลยว่า มีสามชีวิตที่รอดจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นอย่างปาฏิหาริย์....



ในที่สุดก็มาซักทีside story ของซาร์ลอส(เพราะนายมัวแต่อู้น่ะสิ่ถึงได้มาช้า :shock: )

_________________
นิยายดองข้ามปี Prince Visor: Varcu
http://writer.dek-d.com/robomaru/story/view.php?id=552131

และ

เรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิต Date บทหนึ่งแห่งนิยามรัก
http://writer.dek-d.com/robomaru/story/view.php?id=272753

Image


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 1123 posts ]  Go to page Previous  1 ... 104, 105, 106, 107, 108, 109, 110 ... 113  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 10 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki