Last visit was: It is currently Sat Oct 20, 2018 12:11 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 5 posts ] 
Author Message
 Post subject: [Fic] 12 Tails SAGA สงครามล้างพันธ์สัตว์หาง ถล่มปฐพี
PostPosted: Sun Feb 05, 2012 8:34 pm 
กระต่าย
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 5:03 pm
Posts: 198
Location: ทุกที่ที่มีน้องแกะ
Quote:
ชื่อฟิค: 12 Tails SAGA : The Age of Hero ~สงครามล้างพันธ์สัตว์หาง ถล่มปฐพี~
แนว: แอคชั่น,ดราม่า,คอมเมดี้
เรท: เหมาะสำหรับผู้อ่านอายุตั้งแต่ 13-15 ปี ขึ้นไป
ผู้แต่ง: นามปากกา Hua-FA (A.k.a Strikenoir)


ไม่แน่ใจว่าจะมีคนอ่านไหม แต่ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจครับ กับฟิคเรื่องนี้ของผม อาจจะแต่งไม่ดีบ้าง อะไรบ้าง ขอให้ช่วยกันติชมด้วยนะครับ

Image
~คุยกับผู้อ่าน ด้านเนื้อเรื่อง~
-เนื้อเรื่องอาจจะไม่ถูกใจหลายคนนัก เนื่องจาก ผมเป็นคนถนัดแต่งแนวบู๊ล้างผลาญเสียส่วนใหญ่ บรรยากาศสดใสร่าเริง อาจจะด้อยมากถึงมากที่สุด ต้องขอภัยมา ณ ที่นี้ด้วย หลายอย่างในเกมส์ ผมได้ทำการปรับเปลี่ยนและดัดแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก หากมีสิ่งใดสงสัยสอบถามได้ครับ

สารบัญ
Tails 1 - จอมโจรแห่งป่าแสง ไรกะ
Tails 2 - ค่ำคืนในรังโจร

_________________
Image


Last edited by StrikeNoir on Mon Feb 06, 2012 6:17 pm, edited 2 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic] 12 Tails SAGA สงครามล้างพันธ์สัตว์หาง ถล่มปฐพี
PostPosted: Sun Feb 05, 2012 8:35 pm 
กระต่าย
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 5:03 pm
Posts: 198
Location: ทุกที่ที่มีน้องแกะ
จอง 1 เรป สำหรับแนะนำตัวละคร

_________________
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic] 12 Tails SAGA สงครามล้างพันธ์สัตว์หาง ถล่มปฐพี
PostPosted: Sun Feb 05, 2012 8:45 pm 
กระต่าย
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 5:03 pm
Posts: 198
Location: ทุกที่ที่มีน้องแกะ
Tails 1 – จอมโจรแห่งป่าแสง ไรกะ
ณ ใจกลางป่าโปร่ง ที่ปกครุมไปด้วยยอดไม้เขียวขจี ขบวนคาราวานขนาดเล็กเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางดินที่ใช้เป็นทางผ่านประจำสำหรับผู้คนที่เดินทางไปมาในแถบนี้

ขบวนคาราวานประกอบด้วย รถม้าขนาดยาวสำหรับผู้โดยสาร และอีกขบวนหนึ่งสำหรับวัตถุดิบเครื่องเทศจากต่างแดน ทั้งสองขบวนถูกลากด้วย สัตว์พืชขนฟูรูปร่างคล้ายม้า ที่มีชื่อเรียกว่า ‘มูโป้’ สองตัว โดยมีควาญทหารเสือดำนั่งกุมเชือกอยู่ด้านหลังเพื่อคอยบังคับทิศทางพวกมัน

หนึ่งในจำนวนผู้โดยสารที่นั่งมากับขบวนคาราวานนี้มาด้วยคือ เด็กสาวชนเผ่าแกะ นาม ‘ซาเนีย’ เธอมีเรือนผมสีชมพูสดใส นัยน์ตาสีฟ้าเปล่งประกาย สวมชุดเดรสสีน้ำตาลอ่อนยาวถึงข้อเท้า มีอะไรบางอย่างที่รูปร่างคล้ายแครอทวางพาดอยู่บนไหล่ซ้าย ในมือทั้งสองข้างกอดหนังสือเล่มหนึ่งแนบอกแน่นด้วยท่าทีตื่นเต้นเล็กๆ

“อีกไม่นานก็จะถึงแล้วล่ะ คุริจัง นครแห่งแสงเนี่ย… จะเป็นยังไงน้า” เด็กสาวพูดขึ้น พลางบิบิสกิตออกมาชิ้นหนึ่ง และยื่นให้สิ่งที่รูปร่างคล้ายแครอทนั่น ชั่วอึดใจ มันอ้าปากที่กลางลำตัวขึ้นรับบิสกิตชิ้นนั้นไปเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย มันคือ ‘แครอน’ สัตว์เลี้ยงรูปร่างคล้ายแครอทที่เลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย

หลังจากกลืนบิสกิตเข้าไป เจ้าแครอนก็ครางเสียงน่ารักๆ สร้างรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาวได้เป็นอย่างดี.. แต่เธอไม่รู้หรอก ว่าการมาเยือนนครแห่งแสงคราวนี้ จะไม่ราบรื่นเสียแล้ว…

ห่างไปไม่ไกลนัก สายตาที่เฉียบคมจับจ้องขบวนคาราวานจากแมกไม้ มันจ้องอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะขยับร่างบางๆของมันไต่ลงมาตามกิ่งไม้ในระดับต่ำลง ก่อนที่จะใช้หางและขารัดรอบกิ้งไม้ใหญ่กิ่งหนึ่ง ปล่อยตัวห้อยกลับหัวลงมาอย่างเงียบเชียบ

“อย่างที่ลูกพี่ว่าไว้ไม่มีผิด ขบวนคาราวานผ่านมาจริงๆด้วยล่ะ” เสียงเล็กๆดังขึ้นจากร่างนั้น ขนสีน้ำตาลอ่อนสวมผ้าน้อยชิ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ดวงตาเฉียบคมดุจแมวป่า เธอคือหญิงสาวชนเผ่าแมว นาม ‘เซนะ’ และดูเหมือนเธอจะพูดอยู่กับใครบางคน…

“อา.. ฉันไม่เคยพลาดอยู่แล้ว เซนะ”

ที่พื้นดิน ร่างขนาดใหญ่ขยับลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีเหลืองเข้มดุดัน จ้องมองมาจากเงามืดในแมกไม้ ร่างนั้นปกคลุมไปด้วยขนฟูฟ่องสีแดงฉานแซมด้วยสีขาวอ่อน สวมชุดผ้าสีดำแดง ติดเกราะแหลมคมที่ไหล่สองข้าง ที่เอวเหน็บดาบยาว สองเล่ม เป็นอาวุธประจำกาย ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มชนเผ่าหมาป่า นาม 'ไรกะ’ จอมโจรชื่อกระฉ่อนในแถบชายป่านี้

ไปลุยกันเลย!!
……………………………..
…………….
ขบวนคาราวานเคลื่อนที่อย่างช้าๆ มายังจุดที่ไรกะได้วางแผนการปล้นสะดมเอาไว้ แต่ทหารเสือดำกลับไม่ได้ล่วงรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หนำซ้ำการคุมมูโป้ให้เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆในเส้นทางเดิมๆ ยังทำให้พวกเขาหาวอย่างเบื่อหน่ายเสียอีก…

“ไปถึงนครแห่งแสงเมื่อไหร่ ข้าจะฟาดสเต๊กแฟทบั้คฝีมือตาเฒ่าจาม่อนสักสิบจานเลยคอยดู!”

ระหว่างบทสนทนาแบบคนคิดถึงบ้านของเหล่าทหารเสือดำนั้น บางสิ่งบางอย่างตกลงกระแทกคานไม้ของรถคาราวานดังลั่น!

เพียงชั่วอึดใจ ทหารเสือดำหยุดบทสนทนาแก้เบื่อ ขบวนหยุดชะงักแทบจะในทันที ทั้งคู่คว้าหอกสีเงินคู่กายที่วางเอาไว้ข้างๆขึ้น แล้วกระโดดลงจากที่นั่งควาญทันที

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” ซาเนียเอ่ยด้วยท่าทีหวาดกลัวเล็กๆ พลางมองซ้ายมองขวา

อาวุธเพียงชิ้นเดียวชี้ชูไปด้านหน้า ทหารทั้งสองเดินขนาบข้างรอบขบวนอย่างระมัดระวังเพื่อตรวจหาผู้บุกรุก…

หารู้ไม่ว่า… ร่างที่เบาราวกับขนนกของ เซนะ คืบคลานไปบนหลังคาคาราวานอย่างช้าๆ ก่อนจะกระโดดลงนั่งที่นั่งควาญอย่างเงียบเชียบ

“เป็นอิสระซะนะ มูโป้ที่น่ารัก” เธอพูดด้วยเสียงแผ่วเบา มือขวากระชากมีดสั้นจากปลอกที่เอวขึ้นมาบรรจงตัดเชือกยึดตัวมูโป้กับขบวนคาราวานอย่างรวดเร็ว!

ไปเลย!!” เธอหยิบเชือกที่ติดกับตัวมูโป้ทั้งสองขึ้น แล้วกระตุกแรงๆแบบเดียวกับที่ทำเวลากระตุ้นให้มันวิ่ง!

ได้ผล มูโป้ทั้งสองออกวิ่งอย่างรวดเร็วไปตามทางด้วยท่าทีลิงโลด คงรู้สึกดีใจที่ไม่ต้องลากขบวนคาราวานหนักๆอีกต่อไป!

เฮ้ย! มูโป้หนีไปแล้ว!!” ทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้น ทั้งสองรีบวิ่งมาที่ที่นั่งควาญทันที แต่ทันทีที่วิ่งมาถึง ร่างของหัวขโมยก็หายไปแล้ว

“อะไรกัน รอยตัดนี่?” ระหว่างที่ทหารเสือดำกำลังฉงนอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ร่างใหญ่กระโจนลงมาจากยอดไม้ ลงเหยียบบนส่วนหัวของขบวนคาราวาน ตรงจุดที่พวกทหารยืนอยู่พอดี!!

พวกเขาตะลึงอึ้งปากค้าง ร่างที่ดูใหญ่หนาจากขนสีแดงฉานที่ฟูฟ่อง พร้อมด้วยนัยน์ตาสีเหลืองดุดัน ปากแสยะยิ้มโชว์คมเขี้ยวแหลมเต็มปาก มือสองข้างกำดาบสีเงินกางออกด้านข้างพร้อมใช้งาน เป็นภาพที่น่ากลัวเสียจนไม่มีแรงแม้แต่จะร้องตะโกน

ไม่จริงน่า! นี่มัน.. จอมโจร ไรกะ!!” ทหารคนหนึ่งอุทานขึ้นมา และดูท่าไรกะจะพอใจไม่น้อย

“รู้จักชื่อของข้าเสียด้วย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวล่ะก็ วางอาวุธแล้วหนีไปซะ!!!

ขณะเดียวกัน ในขบวนคาราวาน กำลังเกิดการถกเถียงและวิตกกังวลกันยกใหญ่ บ้างเริ่มโวยวาย บ้างเริ่มพยายามจะนี แต่ไม่มีใครกล้าออกไปจากขบวนคาราวานที่ปิดด้วยผ้าใบรอบด้านนี้เลย… จนกระทั่ง..

โครม!!

มีเสียงกระแทกดังสนั่นมาจากส่วนหัวของขบวน ทันใด! ร่างของทหารเสือดำ พุ่งถลาผ่านกำแพงไม้กระดอนไปกับพื้นขบวน และชนผ้าใบที่ด้านท้ายขบวนขาดทะลุออกไป...

ภาพที่ปรากฏจากหน้าขบวน คือจอมโจรหมาป่า ใช้มือข้างหนึ่งยกหัวทหารเสือดำที่ห้อยต่องแต่งราวกับไร้วิญญาณเอาไว้ พร้อมด้วยเท้าข้างหนึ่งที่ยังคงถีบค้างไว้กลางอากาศ..

เพียงชั่วพริบตา ความโกลาหลก็เกิดขึ้น เหล่าผู้โดยสารต่างพากันแตกตื่นวิ่งกรูกันออกไปที่ท้ายขบวนราวกับโลกแตก เหลือไว้เพียงร่างบางของเด็กสาวชาวแกะที่นั่งกอดหนังสือหลับตาปี๋อยู่กับที่ด้วยความกลัว

หลังจากเสียงฝีเท้าเงียบลง เธอค่อยๆลืมตาขึ้น และต้องตกใจสุดขีด เมื่อสิ่งที่กำลังจ้องหน้าเธออยู่นั้น คือใบหน้าของไรกะที่อยู่ห่างไม่ถึง หนึ่งเซ็นติเมตรด้วยซ้ำ!

ลมหายใจร้อนวาบเข้าปะทะหน้าของซาเนียวูบหนึ่ง นั่นถึงกับทำให้เธอสะดุ้งโหยง รีบหลับตาแล้วหันหน้าหนีทันที

“ท่าทางคืนนี้จะมีของอร่อยตกถึงท้องซะแล้วสิ” คำพูดจากปากไรกะยิ่งทำให้ซาเนียกลัวมากขึ้นไปอีก เนื้อตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอได้แต่ภาวนาให้ใครก็ได้มาช่วยเธอในเวลานี้… และแล้ว! เจ้าแครอนจิ๋วที่โดนหนีบอยู่ระหว่างอกและหนังสือของเธอก็ถีบตัวออกมา และโดนเข้ากัดที่ปลายนิ้วของไรกะอย่างแรง!

โอ๊ย! ไอ้แครอนบ้านี่!!” ไรกะสะบัดนิ้วไปมาอย่างเจ็บปวด เจ้าแครอนก็ฝังเขี้ยวกัดไม่ยอมปล่อย

ยะ! อย่าทำรุนแรงกับคุริจังสิคะ!?” ซาเนียเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงตะโกนขึ้น ถึงกับทำให้ไรกะโวยวายออกมา

ไม่ใช่แครอนของเธอรึไงที่ทำรุนแรงกับฉันอยู่เนี่ย!! โอ๊ย! เซนะ!! มาช่วยกันหน่อยเซ่!” ไรกะตะโกนเรียกอย่างหัวเสีย ขณะเดียวกัน เซนะที่ยื่นหน้าเข้ามาพร้อมกับปลาซาดีนเต็มปาก ด้วยท่าทีสงสัย ก็รีบตรงลี่เข้ามาช่วยทันที

“อยู่เฉยๆสิลูกพี่! ไม่งั้นฉันจะดึงออกได้ยังไง” เซนะเอ่ยขึ้น ทำให้ไรกะหยุดการสะบัดไปมาลง เซนะรีบตรงลี่เข้าไปกดที่ด้านข้างกรามของเจ้าแครอนตัวน้อยจนมันอ้าปากออก เธอจึงรีบนำมันใส่ลงไปในขวดแก้วแล้วปิดฝาอย่างรวดเร็ว!

ไอ้แครอนบ้า เดี๋ยวจับทำต้มซุบแครอทกินซะให้เข็ด!!” ไรกะชี้นิ้วสีแดงก่ำพลางสบถใส่แครอนน้อยในขวดแก้ว ซึ่งมันเองก็ขู่ตอบเช่นกัน แถมยังเอาแขนขาตะกุยผนังแก้วอย่างบ้าคลั่งอีกต่างหาก

“คุริจัง! ไม่เป็นไรนะ” ซาเนียโผเข้ามาแย่งขวดแก้วไปจากมือของเซนะ แล้วดึงเข้ามากอดอย่างเป็นห่วง เมื่อได้อยู่ใกล้ซาเนียอีกครั้ง ทำให้มันค่อยๆผ่อนคลายลงบ้าง

“ใจจริงก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงที่นี่ก็มืดแล้ว ยังไงเธอกับกีบเล็กๆนั่นคงเดินไปไม่ถึงนครแห่งแสงหรอก” ไรกะพูดขึ้น พลางเริ่มเดินผ่านเซนะไปที่ท้ายขบวนคาราวานอย่างช้าๆ

“จะเดินตามมาดีๆ หรือจะหนีไปก็เชิญ.. แต่สัตว์ป่าที่นี่ตอนกลางคืนน่ะไม่เคยปล่อยเหยื่อเอาไว้หรอกนะ” ไรกะพูดคำสุดท้าย ก่อนที่จะกระโดดลงจากขบวนไป เซนะที่หันมายักไหล่ใส่ซาเนีย เป็นเชิงว่า ‘แล้วแต่เธอนะ’ ก็กระโดดตามไปติดๆ

ซาเนียที่ถูกทิ้งไว้ เริ่มครุ่นคิด ตอนนี้เธอมีทางเลือกแค่ สองทางหากหนีไปตอนนี้ ถ้าเธอวิ่งไปเรื่อยๆ อาจจะไปถึงนครแห่งแสงก็ได้.. แต่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่าเธอจะไปถึง.. กลับกัน จะไปกับโจรป่าแบบนี้ดีแล้วงั้นเหรอ? ปลอดภัยแน่งั้นเหรอ? คำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัวของเธอเต็มไปหมด.. เธอก้มลงมองขวดแก้ว เจ้าแครอนน้อยทำท่าจะกอดปลอบเธออย่างตั้งใจ เธอได้แต่ถอนหายใจเฮือกสุดท้ายและตัดสินใจในวินาทีต่อมา!

เธอออกวิ่งไปยังทางออกของขบวนคาราวาน และร้องตะโกนออกมาสุดเสียง

เดี๋ยวก่อนค่ะ!! ได้โปรดรอฉันด้วย!

ทั้งสองที่เดินนำไปก่อนหน้านี้หยุดชะงักและหันกลับมามอง ขณะที่แกะน้อยพยายามกอดหนังสือและขวดแก้ววิ่งตามพวกเขาให้ทันเท่าที่ขาเล็กๆคู่นั้นจะทำได้

“ทำไมลูกพี่ทายถูกตลอดเลยล่ะ” เซนะหันไปถามอย่างสงสัยพลางยกกระเป๋าที่ใส่เสบียงมาเต็มให้กระชับ

“ไม่รู้สิ.. ฉันคงโชคดีล่ะมั้ง” ไรกะตอบส่งเดช ก่อนที่จะหันไปยื่นมือให้แก่ร่างบางที่ยืนก้มหน้าหอบแฮ่กๆอยู่ข้างหลังอย่างอ่อนโยน

“มาสิ… ไม่ต้องกลัวหรอก”

ซาเนียที่เงยหน้าขึ้นมอง ดูจะไม่ไว้ใจเล็กน้อย แต่เธอก็ค่อยๆยื่นมือออกมาอย่างช้าๆ ทันทีที่นิ้วมือเรียวสวยของเธอต้องมือหยาบที่ใหญ่กว่าเธอเกือบเท่าหนึ่ง ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดค่อยๆแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือหนาของชายหนุ่ม และกว่าที่เธอจะรู้ตัว ร่างของเธอก็ถูกดึงขึ้นโอบมาอยู่ในท่าถูกอุ้มประคองร่างเอาไว้แล้ว!

ไม่ทันจะได้ร้องตกใจ ร่างสูงเร่งฝีเท้าออกวิ่งด้วยความเร็วสูงแทบจะในทันที ขาอันทรงพลังของหมาป่าทำให้น้ำหนักของเธอเบาราวกับขนนก

“ลูกพี่!! รอฉันด้วย!”

“แน่จริงก็ตามมาให้ทันสิ เซนะ!!”

เดี๋ยวก่อนสิคะ จะพาฉันไปที่ไหนกันเนี่ย!??

ทั้งคู่ออกวิ่งไปกลางป่าใหญ่อย่างชำนาญ โดยมีแกะน้อยในอ้อมแขนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะเป็นเช่นไรตามติดไปด้วย…

โปรดติดตามตอนต่อไป…

_________________
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic] 12 Tails SAGA สงครามล้างพันธ์สัตว์หาง ถล่มปฐพี
PostPosted: Mon Feb 06, 2012 6:15 pm 
กระต่าย
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 5:03 pm
Posts: 198
Location: ทุกที่ที่มีน้องแกะ
Tails 2 – ค่ำคืนในรังโจร
หลังจากถูกลักพาตัวโดยจอมโจรชื่อกระฉ่อน แกะน้อยนาม ‘ซาเนีย’ ก็ถูกพาตัวมายังกระท่อมกลางป่าแห่งหนึ่ง มันถูกสร้างขึ้นจากไม้ไผ่สีเหลืองแก่มัดเรียงติดกันเป็นผนังกระท่อม และบุด้านบนด้วยใบของต้นแครอทยักษ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในแถบนี้

ภายในตกแต่งด้วยโต๊ะและเก้าอี้ทำจากไม้หยาบๆ แต่กลับดูโล่งสบายตาอย่างเหลือเชื่อ มีการทำกำแพงไม้ไผ่ กั้นห้องต่างๆเอาไว้ราว สามถึงสี่ห้อง ตรงกลางของห้องเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมจตุรัส พร้อมด้วยเก้าอี้ราวสี่ตัววางไว้แต่ละด้าน ที่มุมหนึ่งของกระท่อม ตั้งเสาต้นสูงเอาไว้ถึงเพดาน มีการต่อแผ่นไม้เอาไว้รอบๆมุมผนังติดกับเสา และขึงเปลสีน้ำตาลเข้มเอาไว้หนึ่งผืน ส่วนอีกมุมหนึ่ง มีเตียงที่ทำจากไม้และผ้านวมขนาดสำหรับสองคนอยู่ชิดผนัง มีคบไฟเล็กๆค่อยให้ความสว่างเสียบเอาไว้กับช่องที่ผนัง ดูจะเป็นการออกแบบที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับโจรป่าธรรมดาๆ

หลังจาพวกเขามาถึงได้ไม่นาน ป่าแห่งแสงก็ถูกปกครุมด้วยความมืดยามราตรี ที่เต็มไปด้วยเสียงร้องของเหล่าสัตว์พืช ผสมปนเปกันจนเป็นเสียงธรรมชาติในเวลากลางคืน

ไรกะ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนึง พร้อมใช้มือสองข้างประสานกันรองที่หลังศีรษะ พลางเอนเก้าอี้ขึ้นมานั่งสองขาอย่างพิเรนท์

ซาเนียที่กล้าๆกลัวๆ นั่งลงยังเก้าอี้ข้างๆอย่างสุภาพ ส่วนเซนะก็เริ่มต้นนำวัตถุดิบที่ได้มาเข้าไปในห้องห้องหนึ่งทันที

ท่ามกลางความเงียบสงบที่เกิดขึ้นพักหนึ่ง ไรกะคาบดอกหญ้าหมุนไปหมุนมาในปากอย่างสบายอารมณ์ สายตาเหลือบมองไปรอบๆก่อนที่จะมาจดจ้องอยู่ที่แกะสาว ที่กำลังก้มหน้าเล่นกับเจ้าแครอนตัวจิ๋วที่เพิ่งปล่อยออกมาจากขวดแก้วด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

“เธอมาจากที่ไหนงั้นเหรอ?” ไรกะเอ่ยปากถามขึ้น

“อะ เอ๋ คะ?... ก็ มาจากนครรัฐวาเลเซียน่ะค่ะ” ซาเนียที่สะดุ้งขึ้นเล็กน้อย รวบรวมสมาธิตอบ ที่ๆเธอจากมาคือนครเล็กๆ ไม่ไกลไปจากที่นี่นัก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองบริวาณของ นครแห่งแสง ก็ว่าได้

“งั้นเหรอ.. ก็ไม่ไกลเท่าไหร่นี่นะ.. ว่าแต่จะมาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอ?” ไรกะเอ่ยถามต่อ พร้อมกับกดเก้าอี้ลงมานั่งสี่ขา ตามปกติ

“ก็.. ฉันได้รับคำเชิญจากโรงเรียนของศาสนจักรวิคตอเรียน่ะค่ะ เขาเห็นว่าฉันเป็นคนที่มีพรสวรรค์ ก็เลยเชิญฉันเข้าไปเรียนที่นั่นน่ะค่ะ” ซาเนียตอบด้วยท่าทีเขินอายนิดๆ เธอก้มตัวลงเล็กน้อย แขนสองข้างกอดแครอนสีส้มเข้าหาตัว ใบหน้าที่อาบไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆปรากฏที่แดงระเรื่อบางๆขึ้นบนแก้มทั้งสองฝั่ง

“โฮ่ พรสวรรค์งั้นเหรอ เกี่ยวกับอะไรล่ะ?” ไรกะถามต่อด้วยท่าทีสนใจมากขึ้น

“ก็.. เกี่ยวกับการควบคุม มากะ(MAKA)* มาประยุกต์ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของน่ะค่ะ” ทันทีที่พูดจบไรกะก็ดูจะมีท่าทีสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

“เคลื่อนย้ายสิ่งของงั้นเหรอ ไหนลองทำให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?”

“ดะ.. ได้ค่ะ!” ซาเนียตอบในทันที เธอสะบัดหน้าไปมาเพื่อรวบรวมสมาธิ เธออุ้มแครอนมาวางบนไหล่ ก่อนที่จะจ้องมองไปยังขวดเครื่องเทศที่วางเอาไว้ที่กลางโต๊ะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก และผ่อนออกอย่างแผ่วเบา ค่อยๆยื่นมือบางทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า ทำท่าประคองอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะหลับตาลง…

ทันใด สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ไรกะตกใจจนแทบตกเก้าอี้ เมื่อเกิดออร่าสีชมพูอ่อนแผ่ซ่านออกมาจากร่างของแกะสาว ซึ่งแสดงถึงการเร่งพลังมากะ ขั้นสูง ที่แผ่ความอบอุ่นไปทั่วกระท่อมหลังนี้แทบจะในทันที…

ราวกับปฏิหาริย์ เกิดขึ้นซ้ำสอง ขวดเกลือขวดหนึ่ง ลอยขึ้นไปกลางอากาศอย่างช้าๆ เมื่อเพ่งมองแล้ว มันถูกห่อหุ้มด้วยออร่าสีชมพูอ่อนๆ ประคองขวดอย่างแผ่วเบา มันค่อยๆรอยเอื่อยๆตรงมาที่อุ้งมือของแกะสาว เธอค่อยๆขยับมือเข้ารับขวดแก้วอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะลืมตาขึ้น พร้อมกับการจางหายไปของออร่าสีชมพูเมื่อครู่

เธอจ้องมองไปที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตะลึงของไรกะอย่าง สงสัย ทั้งกระท่อมเต็มไปด้วยความเงียบอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง…

“สะ… สุดยอด.. ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่ามากะ สามารถใช้ทำสิ่งนี้ได้ด้วย” ไรกะพูดอย่างไม่เชื่อสายตา พลางล้มตัวลงพิงพนักเก้าอี้ ด้วยรอยยิ้มราวกับได้เห็นสิ่งสุดยอดมาเมื่อครู่

“ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้หรอกนะคะ…. ว่าแต่ คุณไรกะ ทำไมถึงมาเป็นโจรป่าล่ะคะ?” ซาเนียพูดอย่างเขินๆ ก่อนที่จะเอ่ยปากถามขึ้นราวกับพึ่งนึกขึ้นได้

“เอ่อ… เรื่องนั้นเธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอกน่า… ว่าแต่ทำไมถึงอยากรู้นักล่ะ?” ไรกะตอบด้วยท่าทีไม่เต็มใจนิดๆ

“ก็ ฉันไม่ค่อยอยากเชื่อ ว่าคนใจดีอย่างคุณไรกะจะเป็นโจรป่าน่ะค่ะ” ซาเนียเอ่ยขึ้น พลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

คำพูดนั้นถึงกับทำให้ไรกะผงะทันที ใบหน้าของเขาถูกปกครุมไปด้วยสีแดงก่ำแทบจะในทันทีที่เธอพูดจบ…

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่มหาจอมโจร นั่งกัดฟันหน้าแดงก่ำ อยู่นั้น เซนะ ก็เดินถือหม้อขนาดใหญ่ที่มีฝาปิดอย่างดี มาวางลงตรงกลางโต๊ะอย่างช้าๆ ก่อนที่จะหันไปกระซิบเสียงดังกับซาเนีย ราวกับอยากให้อีกฝ่ายได้ยิน

“ลูกพี่เขาแพ้ ผู้หญิงน่ารักๆน่ะซาเนียจัง”

เอ๋!?

เงียบไปเลยเซนะ!!” แม้จะถูกไรกะตะโกนใส่ แต่เซนะก็ยังแลบลิ้นหลอกราวกับเป็นเรื่องปกติ เธอเลื่อนตัวมายังอีกฝั่งนึงของโต๊ะอาหารก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับฝาหม้ออย่างบรรจง

อาหารฝีมือ เซนะจัง วันนี้ ขอเสนอ!! แต่นแตนแต๊น!!” เธอพูดเสียงดัง ก่อนที่จะกระชากฝาออก เพื่อจงใจให้ตื่นเต้น สิ่งที่ปรากฏคือ หม้อไฟร้อนๆ ที่เต็มไปด้วยพืชผักนานาชนิด ทั้งเห็ดสีน้ำตาลชิ้นเล็กๆ แครอทฝานเป็นแผ่น และอื่นๆอีกมากมาย โดยมีพระเอกของงานคือหัวปลาซาดีนประดับด้วยใบแครอทยื่นออกมาจากปาก ที่วางประดับเอาไว้ตรงกลางอย่างปราณีต

หม้อไฟราชาซาดีน สูตรเซนะจัง ซุปเปอร์สเปเชี่ยล!~~~

“นะ… น่าทานจังเลยค่ะ!” ซาเนียโผงขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ราวกับไม่เคยเห็น อาหารที่อลังการได้เท่านี้มาก่อนในชีวิต

“ถ้าหิวก็ทานให้เต็มที่ล่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะ” ไรกะเอ่ยขึ้น พลางส่งยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน และยื่นชามไม้พร้อมช้อนให้เธอ

“ขอบคุณนะคะ คุณไรกะ คุณเซนะ” ซาเนียพูดพร้อมยิ้มให้กับทั้งสองคน เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่เซนะที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังรู้สึกเขินขึ้นมา…

“แหมๆ ไม่ต้องขอบคุณขนาดนั้นก็ได้ ฉันก็เขินเป็นนะเธอ” เซนะพูดพลางเกาหัวนิดๆ ก่อนที่จะขยับลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเริ่มทานอาหารนั้น ทั้งคู่ก็เหลือบไปเห็นว่าซาเนียนั้นนั่งหลับตากุมมืออยู่เมื่อสักครู่

“ทำอะไรงั้นเหรอ ซาเนียจัง?” เซนะเอ่ยถามขึ้น ทำให้ซาเนียลืมตาขึ้นมา ก่อนที่จะตอบคำถามของเธอ

“ฉันกำลังอวยพรให้กับมากะน่ะค่ะ” เธอพูดขึ้นพลางคล้ายนิ้วออกเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มอธิบายต่อ “ในครอบครัวของฉันเชื่อกันว่าทุกสรรพสิ่งล้วนเติมเต็มด้วยมากะ เมื่อสิ่งนั้นสูญสิ้นกายเนื้อไปแล้ว มากะจะไหลเวียนกลับสู่สายลมและผืนดิน เพื่อรอการกลับมาเกิดเป็นสิ่งใหม่ค่ะ ครอบครัวของฉันเลยเชื่อกันว่า การอวยพรให้กับมากะของอาหารที่รับประทาน เป็นการตอบแทนพวกเขาที่ช่วยเติมเต็มร่างกายของเรา ให้ได้เกิดใหม่ในสิ่งที่ดีกว่าน่ะค่ะ” เธออธิบายพร้อมมองไปยังหม้อไฟด้วยสายตาอ่อนโยน แทบไม่น่าเชื่อ สิ่งที่เธอพูดและกระทำ ทำให้ทั้งสองรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอย่างปะหลาดที่แผ่ซ่านออกมาโดยรอบได้ในทันที..

ทั้งคู่ที่อึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ถึงกับวางช้อนลง และพยายามจะทำตามเธออย่างเขินเล็กๆ นี่คงเป็นครั้งแรกที่โจรป่าที่มีแต่การปล้นชิงอย่างพวกเขาได้ทำอะไรที่ดูสวยงามแบบนี้…

รับประทานล่ะนะคะ/ครับ

………………………………………….
……………………

หลังจากรับประทานอาหารมื้อค่ำอย่างอเร็ดอร่อย ทั้งสามก็ได้เวลาเข้านอนแล้ว

หลังจากบิดขี้เกียจจนหายอยาก เซนะ ก็อาศัยความคล่องตัวและสันโดษ ปีนเสาที่มุมห้องด้านหนึ่งขึ้นไปยังเปลนอนของเธอที่อยู่สูงเกือบถึงเพดานได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนอย่างผ่อนคลาย และแอบครางออกมาอย่างมีความสุขเล็กๆ

เหลือก็แต่ว่า เตียงอีกหนึ่งเตียง และสองคนที่เหลือนี่สิ คือปัญหาใหญ่…

“เอ่อ… คุณไรกะคะ” ซาเนียที่ดูจะไม่ค่อยมั่นใจนักเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นสภาพการณ์ที่เป็นอยู่

“เธอนอนไปเถอะ” ไรกะรีบตอบทันควัน ก่อนที่จะเดินหันหลังไปที่หีบของที่ใกล้ๆกับมุมห้องหนึ่ง แต่สาวเจ้ายังคงเกรงใจไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปใกล้ที่นอนนั้น

“แล้วคุณไรกะล่ะคะ?” เธอเอ่ยถามขึ้น ไรกะหยิบเปลสีน้ำเงินเข้มผืนหนึ่งขึ้นมาจากหีบนั้น ก่อนที่จะเดินไปเกี่ยวกับเสาของเซนะ และเกี่ยวอีกข้างกับผนังห้องใกล้ๆกับเตียงนอนนั้น แทนการตอบคำถาม

เมื่อเห็นดังนั้น ซาเนียจึงอุ้มแครอนสีส้มที่ส่งเสียงงัวเงีย มานั่งลงที่ด้านข้างเตียง เพื่อจ้องมองขณะที่ไรกะกระโดดขึ้นไปนอนบนเปลผ้าใบอย่างลำบากนิดๆ

เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนลงไปบนเตียง โดยมีสัตว์เลี้ยงตัวน้อย นอนแผ่อยู่ข้างๆ ถึงแม้เตียงที่เธอนอนคืนนี้จะค่อนข้างแข็งไปสักนิด แต่เธอก็รู้สึกอิ่มเอมยิ่งกว่าสิ่งใด…

เธอหันไปใช้นิ้วเกาท้องของแครอนน้อยอย่างแผ่วเบา มันส่งเสียงจั้กจี้เล็กๆและบิดตัวไปมา ก่อนที่จะผล็อยหลับไป… ตอนนี้มีเพียงเธอที่ยังรู้สึกว่าหลับไม่ลง ได้แต่นอนมองเพดานใบแครอทยักษ์ ที่อาบด้วยสีส้มจากคบเพลิงที่ผนังห้อง

เธอพลิกตัวไปหาเปลนอนของไรกะอย่างช้าๆ แม้ว่าจะแกล้งทำเป็นหลับ แต่เธอก็ยังดูออกว่าเขายังหลับไม่ลงเช่นกัน

“คุณไรกะคะ” เธอเอ่ยเสียงเรียกขึ้น เขาลืมตาขึ้นแต่ไม่ได้ตอบอะไร… และไม่ได้หันมามองเธอด้วยซ้ำ

“ขอบคุณนะคะ สำหรับวันนี้”

“จะมาขอบคุณฉันทำไม ถ้าฉันไม่โจมตีขบวนคาราวานของเธอ เธอก็คงจะไปถึงนครแห่งแสง ได้นอนในห้องพักดีๆ กับเตียงนุ่มๆแล้วนะ” เขาบ่นพึมพำขึ้นมา ด้วยท่าทีไม่พอใจนิดๆ

“แต่ว่า ถ้าคุณไรกะไม่ได้โจมตีขบวนคาราวานของฉัน ฉันคงไม่ได้รู้ว่ายังมีคนที่ใจดีและอ่อนโยนอย่างคุณไรกะอยู่ด้วยนะคะ” เธอตอบพลางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน เขาไม่ตอบอะไรได้แต่หันหน้าที่แดงก่ำขึ้นมาชั่วขณะหนีไปเท่านั้น

“ยังไงก็หลับฝันดีนะคะ คุณไรกะ… ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” เธอเอ่ยคำสุดท้าย ก่อนที่จะพลิกตัวกลับไปนอนหงาย และดึงผ้าห่มขึ้นมาวางบนตัวอย่างบรรจง

“ราตรีสวัสดิ์….” ไรกะตอบเสียงเบา ก่อนที่จะพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้เธอ ตอนนี้เขาเองก็คงยังสงสัย ทำไมเขาถึงรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเธอ ความรู้สึกปะหลาดๆที่ตัวเขาเองอธิบายไม่ได้นี้คืออะไรกัน?

ขณะคิดไม่ตกอยู่นั้น ทั้งสามก็ผล็อยหลับไป… ในกระท่อมเล็กๆกลางป่าที่อบอุ่นนี้…

…………………………………………
……………………

รุ่งเช้ามาถึงเร็วเกินคาด ไม่ทันได้พักผ่อนให้หายเหนื่อยด้วยซ้ำ ท่ามกลางป่าในยามเช้า เสียงกีบเหล็กกระทบกับพื้นดินดังสะเทือนเลื่อนลั่นจนผิดธรรมดา

ควบไปเลย!! คุเรไน!!!” เสียงตะโกนของไรกะดังลั่นขึ้น ทันใดร่างของมูโป้สีแดงอ่อน พร้อมด้วยเชือกคาด กับอานบนหลังก็พุ่งตัวผ่านพุ่มไม้อย่างว่องไว ร่างที่อยู่ด้านบนมันคือร่างของชายหนุ่มเผ่าหมาป่าขนสีแดงเข้มที่กำลังควบมูโป้ตัวนี้อย่างเมามัน โดยมีร่างบางเกาะหลังแน่นอยู่ด้วยความกลัว

คุณไรกะ ช้าๆหน่อยสิคะ!” เธอส่งเสียงออกมาด้วยความกลัว มือสองข้างรัดรอบเอวชายตรงหน้าแน่น โดยมีมูโป้สีเขียวควบตามมาติดๆ พร้อมด้วยร่างบางบนมันอีกร่างหนึ่ง

ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงชายป่า จุดที่สามารถเดินไปยังนครแห่งแสงได้อย่างปลอดภัย ทั้งคู่กระตุกเชือกเป็นสัญญาณให้หยุด มูโป้ทั้งสองตัวหยุดวิ่งแทบจะทันที ไรกะหันไปประคองร่างของซาเนียที่นั่งอยู่ด้านหลังลงจากตัวมูโป้อย่างระมัดระวัง เมื่อขาของเธอเหยียบพื้น เซนะจึงส่งหนังสือเล่มสีน้ำตาลให้กับเธอ เป็นอันเสร็จพิธี

“คงต้องลาจากกันตรงนี้ล่ะนะ” ไรกะพูดขึ้นขณะกำลังสั่งให้มูโป้หันหลังกลับ

“เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณไรกะ! คุณเซนะ!” เธอส่งเสียงเรียกอีกครั้งทั้งคู่หยุดชะงักและหันกลับมาหาเธอในทันที

“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ อาหารเมื่อวานอร่อยมากเลยค่ะ” ซาเนียเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง แม้จะเอ่ยไปแล้ว แต่เธอรู้สึกว่าจะไม่พูดคำนี้อีกไม่ได้

“แหม เวลาซาเนียจังชมเนี่ย อย่างกับจะขึ้นสวรรค์เลยล่ะ~” เซนะคลางออกมาเบาๆอย่างพอใจ

“หมดแค่นี้สินะ งั้นก็… ลาก่อนนะ” ไรกะพูดพลางทำท่าจะหันหลังไปให้เร็วที่สุด

“อย่าพูดคำว่าลาก่อนสิคะคุณไรกะ มันน่าเศร้าเกินไป” ซาเนียพูดไล่หลังขึ้น

ไรกะถึงกับหยุดชะงักไปพักหนึ่ง พอที่จะให้ซาเนียพูดต่อไป…

“ต้องพูดว่า.. แล้วพบกันใหม่นะคะ!” ซาเนียพูดออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ชีวิตโจรป่าคนหนึ่งจะเคยได้ยิน

ไรกะไม่รอช้า เขากระตุกเชือกเสียงดัง ควบมูโป้ออกวิ่งอย่างรวดเร็วจากไปทันที เซนะที่เห็นดังนั้นจึงหันมายิ้มและโบกมือให้ซาเนีย ก่อนที่จะออกวิ่งตามไปติดๆ

ทำไมกันนะ เพียงแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง กลับทำให้หัวใจของมหาโจรแห่งป่าแสงสั่นไหวได้ถึงเพียงนี้… แค่การลาจากแทบรู้สึกอยากขาดใจ.. ถึงแม้จะได้รับความอบอุ่นสุดท้ายมา แต่กลับรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องจากกันมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก…

โปรดติดตามตอนต่อไป

*มากะ(Maka) คือพลังแห่งจิตวิญญาณ ที่อยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีชีวิต พลังงานเหล่านี้สามารถเชื่อมถึงกันได้ด้วยใจ เมื่อกายเนื้อแตกดับ พลังงานนี้จะไหลเวียนกลับสู่ธรรมชาติ และกลับมาเกิดเป็นสิ่งใหม่ขึ้น เชื่อกันว่าเหล่าสัตว์หางบางตัวสามารถนำพลังนี้มาเพิ่มพลังให้กับตนเองได้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางกายภาพ และทางเวทมนตร์คาถาต่างๆ

_________________
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic] 12 Tails SAGA สงครามล้างพันธ์สัตว์หาง ถล่มปฐพี
PostPosted: Fri Feb 17, 2012 10:10 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
โอ้ แอบมาสร้างฟิคเมื่อไรล่ะเนี่ยเดี๋ยวค่อยๆตามอ่านล่ะนะ เขียนค่อนข้างยาวเลย หวังว่าไม่ใช่สัตว์หางขับยาน IG ไล่ยิงพวก Shade2หรอกนะ เดี๋วจะได้ให้ก่าขับยานBGไปถล่มด้วย


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 5 posts ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 4 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki